กาลครั้งหนึ่งมีชายหนุ่มผู้ขี้เกียจจากชนเผาพื้นเมืองในประเทศไต้หวัน ไซซายัด เขาแทบจะไม่ทำอะไรเลย นอกจากนอนตลอดเวลา

จนแม่ของเขาเหลืออด ด้วยความเดือดดาลจึงใช้ไม้ตีก้นเขา ขณะที่กัน ไม้สัมผัสก้นของเขา อยู่ๆมันก็ติดกับก้นของเขายังกับกาว

ไม่นานไม้ได้กลายเป็นหาง จากนั้นตัวเขาค่อยๆกลายร่างเป็นลิง

พ่อหนุ่มร่างลิงวิ่งหนีเข้าป่าและตะโกนร้องสุดเสียง ทันใดนั้นนกพิราบก็บินเข้ามาปลอบใจเขา

หลังจากได้ฟังเรื่องของพ่อหนุ่มร่างลิง นกพิราบจึงบอกกับเขาว่า ครั้งหนึ่งตนก็เคยเป็นเด็กสาวคนหนึ่ง

เธอเล่าว่า วันหนึ่งเธอแอบหนีไปเล่นต้องเตในป่า

แต่แล้วสุดท้ายเธอก็หลงทางในป่าหาทางกลับบ้านไม่ได้

ทันใดนั้น แขนของเธอก็กลายเป็นปีก สุดท้ายตัวของเธอก็เปลี่ยนเป็นนกพิราบ

เด็กสาวนกพิราบต้องการจะกลับบ้าน จึงจะไปขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า พ่อหนุ่มร่างลิงตัดสินใจที่จะร่วมทางไปด้วย

พวกเขาเดินไปเรื่อยๆจนกระทั้งเจอหมีกำลังร้องไห้

หมีดำบอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับนกยูง และพูดอีกว่าครั้งหนึ่งพวกเขามีร่างกายสีขาว

แต่อยู่มาวันหนึ่ง พวกเราตัดสินใจที่จะย้อมสีตัวเอง หมีขาวจึงนำสีทุกสีโยมลงบนตัวนกยูง

แต่นกยูงกลับใช้สีดำโยมลงบนตัวหมีขาว และวาดรูปตัววีบนอกของพ่อหมีขาว

เด็กสาวนกพิราบจึงแนะนำให้พ่อหมีดำไปขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าเช่นกัน ดังนั้นหมีดำจึงร่วมเดินทางไปด้วยกัน

ในที่สุด พวกเขาก็เจอกับพระเจ้าที่พวกเขาตามหา พวกเขาต่างเล่าเรื่องราวความเดือดร้อนของตนให้พระเจ้าฟัง

จากนั้น, พระเจ้าชี้ทางกลับบ้านให้แก่เด็กสาวนกพิราบ ดังนั้นเธอจึงสามารถบินกลับบ้านของตน เธอจึงบินไปทันใด

จากนั้น พระเจ้ากล่าวต่อว่าการกระทำของนกยูง สมควรที่จะโดนลงโทษที่ไปแกล้งหมีขาว พระเจ้าจึงจับนกยูงไว้ในกรงนกเพื่อเอาไว้ดูเล่นสวยงาม

สุดท้าย พระเจ้าให้ความสามารถในการปีนป่ายแก่หนุ่มร่างลิง เขากลับดีใจที่สามารถปีนต้นไม้และเก็บกล้วยได้

“มันเป็นผลจากความขี้เกียจของเจ้า พ่อลิง” พระเจ้ากล่าว “ดังนั้น เจ้าต้องรับผลที่ตามมาจากความสามารถนี้ เมื่อใดที่เจ้าขโมยหรือเก็บกล้วย เจ้าจะโดนไล่ตาม”

หลังจากนั้น ทุกครั้งที่เจ้าลิงเก็บกล้วยบนต้นไม้ ผู้คนต่างก็ค่อยไล่ตามเขาเรื่อยไป