按下ENTER到主內容區
:::
:::
ดาวเด่นผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน

การเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองวัฒนธรรม : เส้นทางด้านการสอนภาษาและการแลกเปลี่ยนข้ามวัฒนธรรมของฉัน

Wennie Li มาจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย หลังเดินทางมาศึกษาต่อที่ไต้หวัน เธอได้ทุ่มเทให้กับการสอนภาษาอินโดนีเซีย การจัดทำตำราเรียน และการเผยแพร่วัฒนธรรม โดยหวังใช้ภาษาเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซีย (ภาพ/Wennie Li)
Wennie Li มาจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย หลังเดินทางมาศึกษาต่อที่ไต้หวัน เธอได้ทุ่มเทให้กับการสอนภาษาอินโดนีเซีย การจัดทำตำราเรียน และการเผยแพร่วัฒนธรรม โดยหวังใช้ภาษาเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซีย (ภาพ/Wennie Li)

ผู้เขียน / Wennie Li (ครูสอนภาษาอินโดนีเซียและผู้ส่งเสริมพหุวัฒนธรรม)

หากเมื่อกว่าสิบปีก่อนมีใครบอกฉันว่า วันหนึ่งฉันจะได้สอนภาษาอินโดนีเซียในไต้หวัน เขียนตำราเรียนภาษาอินโดนีเซีย และเผยแพร่วัฒนธรรมอินโดนีเซียผ่านการศึกษา ฉันคงไม่เชื่ออย่างแน่นอน

ฉันมาจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และเดินทางมาไต้หวันครั้งแรกเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโท ในฐานะชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีน ฉันเคยคิดว่าความรู้ภาษาจีนที่มีอยู่บ้างน่าจะช่วยให้ปรับตัวได้ง่าย แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น ฉันสื่อสารได้ยาก แม้แต่การสั่งชานมไข่มุกหนึ่งแก้วก็ยังต้องท่องประโยคในใจหลายรอบก่อนพูด

ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้ฉันตระหนักว่า อุปสรรคที่แท้จริงของการเรียนภาษาที่สองไม่ใช่ไวยากรณ์ แต่คือความกลัวที่จะพูด ความกลัวที่จะผิดพลาด และการสูญเสียความมั่นใจ

ด้วยเหตุนี้ เมื่อเริ่มสอนภาษาอินโดนีเซียในไต้หวัน ฉันจึงเตือนตัวเองเสมอว่า สิ่งที่ฉันสอนไม่ใช่แค่ภาษา แต่คือการช่วยให้ผู้เรียนก้าวออกไปทำความรู้จักอีกหนึ่งวัฒนธรรมอย่างกล้าหาญ

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันได้สอนทั้งนักศึกษาและคนทำงาน และพบว่าสื่อการเรียนภาษาอินโดนีเซียสำหรับผู้ใช้ภาษาจีนยังมีไม่มาก ตำราส่วนใหญ่จัดทำขึ้นสำหรับผู้ใช้ภาษาอังกฤษ ทำให้ฉันต้องปรับเนื้อหา เพิ่มคำอธิบาย หรือสร้างสื่อการสอนขึ้นเองให้เหมาะกับผู้เรียนในไต้หวัน

ท้ายที่สุด ฉันจึงรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดมาเขียนตำราเรียนภาษาอินโดนีเซียที่ออกแบบจากมุมมองของผู้เรียนในไต้หวัน เนื้อหาครอบคลุมสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น การทักทาย การแนะนำตัว การซื้อของ และการสั่งอาหาร พร้อมสอดแทรกเรื่องวัฒนธรรม ภาพประกอบ และไฟล์เสียง เพื่อให้ผู้เริ่มต้นเรียนรู้ได้ง่ายขึ้น

ฉันหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะไม่ใช่เพียงตำราเรียน แต่จะเป็นสะพานเชื่อมภาษาและวัฒนธรรมp1Wennie Li นำประสบการณ์การสอนที่สั่งสมมาหลายปีมาพัฒนาตำราเรียนภาษาอินโดนีเซียที่เหมาะกับผู้เรียนในไต้หวัน หวังลดอุปสรรคในการเรียนรู้ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนก้าวแรกในการเรียนภาษาอินโดนีเซียอย่างมั่นใจ (ภาพ/Wennie Li)

ระหว่างการเขียนตำรา ฉันยึดมั่นในหลักการหนึ่งเสมอว่า ภาษาไม่ควรอยู่เพียงในหนังสือเรียนเท่านั้น

ความท้าทายสำคัญของการเรียนภาษาอินโดนีเซียคือความแตกต่างระหว่างภาษาทางการกับภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ฉันจึงหวังให้ผู้เรียนไม่เพียงใช้ภาษาได้อย่างถูกต้อง แต่ยังเข้าใจผู้คนและสามารถใช้ชีวิตในสังคมอินโดนีเซียได้จริง

ฉันเชื่อเสมอว่าภาษาและวัฒนธรรมไม่สามารถแยกออกจากกันได้

ในชั้นเรียน ฉันมักแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับเทศกาล อาหาร ศาสนา และวิถีชีวิตของชาวอินโดนีเซีย ผ่านการเรียนภาษา นักเรียนจำนวนมากเริ่มมองเห็นความหลากหลายและเสน่ห์ของวัฒนธรรมอินโดนีเซีย

นักเรียนหลายคนเล่าให้ฉันฟังว่า พวกเขาเริ่มทักทายลูกค้าชาวอินโดนีเซียเป็นภาษาอินโดนีเซีย หรือกล่าวคำว่า "Terima kasih" (ขอบคุณ) เพียงคำพูดสั้น ๆ ในภาษาแม่ก็สามารถสร้างรอยยิ้มและความประทับใจได้ สิ่งนี้ทำให้ฉันเชื่อมั่นว่าคุณค่าที่แท้จริงของการศึกษาด้านภาษาคือการเชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

การเดินทางครั้งนี้ยังทำให้ฉันเข้าใจตัวตนของตนเองมากขึ้น

เมื่อเติบโตในอินโดนีเซียในฐานะชาวจีนโพ้นทะเล ฉันเคยรู้สึกว่าตัวเองไม่ "อินโดนีเซีย" มากพอ แต่เมื่อมาอยู่ไต้หวัน ก็พบว่าตัวเองแตกต่างจากคนไต้หวันเช่นกัน ฉันใช้เวลาหลายปีรู้สึกเหมือนยืนอยู่ระหว่างสองวัฒนธรรม

ต่อมาฉันจึงเข้าใจว่า การอยู่ระหว่างสองวัฒนธรรมไม่ใช่ข้อด้อย แต่เป็นจุดแข็ง

เพราะเข้าใจทั้งสองวัฒนธรรม ฉันจึงสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของอินโดนีเซียในแบบที่ผู้เรียนชาวไต้หวันเข้าใจได้ง่าย การสอน การเขียนตำรา และการแบ่งปันวัฒนธรรม ล้วนเป็นการสร้างการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมอย่างแท้จริง

ปัจจุบัน ไต้หวันให้ความสำคัญกับสังคมพหุวัฒนธรรมมากขึ้น และผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ก็มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่วัฒนธรรมและมีส่วนร่วมในสังคม ฉันรู้สึกโชคดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ผ่านการศึกษาและการส่งเสริมวัฒนธรรม

ฉันหวังว่าลูกหลานของครอบครัวผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่จะมองเห็นว่าการมีสองภาษาและสองวัฒนธรรมไม่ใช่ภาระ แต่เป็นของขวัญอันล้ำค่า ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนและสร้างความเข้าใจระหว่างกัน

สำหรับฉัน ภาษาไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการสื่อสาร แต่คือ สะพาน ที่เชื่อมโยงผู้คน วัฒนธรรม และคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน

ทุกคนที่พร้อมเรียนรู้วัฒนธรรมอื่น และกล้าที่จะเริ่มต้นบทสนทนา สามารถเป็นสะพานเชื่อมนี้ได้

ฉันหวังว่าจะยังคงสร้างสะพานแห่งความเข้าใจผ่านการศึกษาและการเผยแพร่วัฒนธรรม เพื่อให้ทุกคำทักทายและทุกบทสนทนาที่จริงใจ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความเข้าใจซึ่งกันและกัน และทำให้ไต้หวันเป็นสังคมที่อบอุ่นและหลากหลายยิ่งขึ้นp2Wennie Li หวังเดินหน้าส่งเสริมการศึกษา การจัดพิมพ์ตำรา และการเผยแพร่วัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้คนก้าวข้ามกำแพงด้านภาษาและวัฒนธรรม และทำให้สังคมพหุวัฒนธรรมเป็นพลังสำคัญในการเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน (ภาพ/Wennie Li)

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首
Loading