ศุภนิมิตฯ ระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ ช่วยแล้วกว่า 32,000 คน เน้นดูแลเด็กและครอบครัวเปราะบาง
ช่วงที่ภาคใต้หลายพื้นที่เผชิญน้ำท่วมฉับพลัน มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทยลงพื้นที่ทันที เพื่อประเมินสถานการณ์และให้การช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวที่ถูกตัดขาด รวมถึงเด็กเล็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และครอบครัวรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มที่ฟื้นตัวได้ยากที่สุดในยามเกิดภัยพิบัติส่งมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินในสงขลา ครอบคลุมกว่า 15,200 คนศุภนิมิตฯ กระจายข้าวสาร อาหารแห้ง นม และชุดสุขอนามัยไปยังศูนย์พักพิง 10 แห่งในจังหวัดสงขลา รวมถึงช่วยเหลือเด็กและครอบครัวกว่า 15,200 คน ขณะที่ระดับน้ำยังเพิ่มสูงในหลายอำเภอของภาคใต้หลังการตอบสนองระยะแรก มูลนิธิฯ ประกาศโครงการ “ตอบสนองอุทกภัยภาคใต้ 2568” ตั้งเป้าช่วยเหลือกว่า 8,100 ครัวเรือน (มากกว่า 32,000 คน) โดยครอบคลุมทั้งอาหาร สิ่งของจำเป็น ครัวชุมชน การดูแลด้านจิตสังคมเด็ก อุปกรณ์การเรียน และการฟื้นฟูช่วงเริ่มต้นเด็กจำนวนมากเผชิญความหวาดกลัวรสลิน โกแวร์ ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ กล่าวว่า:“ตั้งแต่วันแรกที่ลงพื้นที่ เราไม่เพียงเห็นบ้านเรือนน้ำท่วม แต่เห็นความหวาดกลัวของเด็กๆ หลายพันคน บางคนต้องอพยพกลางดึกโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้ปกครองก็ไม่รู้จะปกป้องลูกหลานอย่างไรในขณะที่น้ำเพิ่มสูงขึ้น”บางครอบครัวไม่มีที่ไป บางคนไม่ได้รับประทานอาหารติดต่อกันหลายวันเป้าหมายสำคัญ: ให้เด็กได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติศุภนิมิตฯ ร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินงานในศูนย์พักพิง เช่นจัดอาหารและสิ่งของจำเป็นตั้งโรงครัวจัดกิจกรรมสันทนาการเพื่อเยียวยาจิตใจเด็กสนับสนุนอุปกรณ์การเรียน“ประชาชนอยากกลับบ้าน เด็กๆ อยากกลับไปโรงเรียน เราต้องช่วยให้ทุกอย่างกลับสู่ภาวะปกติเร็วที่สุด” ——รสลิน โกแวร์เสียงของเด็กในสทิงพระเด็กกลุ่มหนึ่งเล่าว่า:“น้ำท่วมสูงมาก ต้องเอาอิฐมารองของแต่ก็ยังไม่พ้น ครอบครัวต้องไปอยู่ที่วัด มีร่วมกัน 40–50 คน หนูอยากให้น้ำลด จะได้กลับไปเรียนหนังสือ”ปู่ย่าของเด็กเสริมว่า:“แม่ของเด็กเคยผ่านอบรมครอบครัวและอาชีพจากศุภนิมิตฯ เราอยากให้ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม เด็กเรียนดีมาก ได้เกรดเฉลี่ย 3.98”ยอดบริจาคถึง 1.9 ล้านบาท แต่ยังไม่เพียงพอจนถึงตอนนี้ มูลนิธิฯ ได้รับเงินบริจาค 1.9 ล้านบาท แต่ยังคงต้องการการสนับสนุนเพิ่มเติมเพื่อขับเคลื่อนงานช่วยเหลือและฟื้นฟูในระยะถัดไป“น้ำใจจากประชาชนคือพลังสำคัญที่ช่วยให้เด็กเปราะบางได้กลับมายืนหยัดอีกครั้ง” ——รสลิน โกแวร์