ภาคอีสานถือเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย นอกจากข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา และอ้อยแล้ว ยังมีใบยาสูบพันธุ์เตอร์กิช ซึ่งเป็นพืชที่สร้างรายได้มั่นคงให้ชาวไร่หลังฤดูทำนา
ใบยาสูบพันธุ์เตอร์กิชเหมาะกับพื้นที่แห้งแล้ง ดินทราย หรือดินร่วนปนทราย มีอายุปลูกเพียง 3-4 เดือน และมีระบบประกันราคารับซื้อ ทำให้เกษตรกรทราบรายได้ล่วงหน้า ทั้งนี้ต้องขออนุญาตปลูกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กระบวนการปลูกเริ่มจากเพาะกล้า 30-45 วัน ก่อนย้ายปลูกแบบหนาแน่นเพื่อให้พืชเกิดความเครียด ส่งผลให้ใบเล็ก หนา และมีน้ำมันหอมระเหยสูง เมื่อเก็บเกี่ยวจะเรียงลำดับจากล่างขึ้นบน แล้วนำไปตากแดดก่อนบรรจุขาย
ปี 2025 (มกราคม-พฤศจิกายน) ไทยส่งออกใบยาสูบมูลค่า 1,700 ล้านบาท ปริมาณรวม 11 ล้านกิโลกรัม โดยสายพันธุ์เตอร์กิช 2.4 ล้านกิโลกรัม รายได้เฉลี่ยครัวเรือนละ 65,000-100,000 บาทต่อรอบการผลิต
เมื่อเทียบกับการปลูกข้าว ใบยาสูบให้รายได้ต่อไร่สูงกว่าประมาณ 32% เฉพาะภาคอีสานมีชาวไร่กว่า 9,900 ครัวเรือน ผลิตใบยาดิบประมาณ 4 ล้านกิโลกรัม มูลค่าส่งออกกว่า 750 ล้านบาท
ความสามารถในการแข่งขันมาจากการปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP การจัดการสิ่งแวดล้อม ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการสนับสนุนเทคโนโลยีจากภาคเอกชน
ปัจจุบันทั่วประเทศมีชาวไร่ยาสูบกว่า 22,500 ครัวเรือน ครอบคลุมภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลางตอนบน