ธนาคารทิสโก้ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยในปี20269 ยังขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงจากปัญหาเชิงโครงสร้างและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก โดยคาดว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจปรับลดลงอีก 0.25% และอาจลดเพิ่มเติมได้หากสถานการณ์จำเป็น
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งบรรยากาศการลงทุนที่ยังไม่เอื้อ และความเสี่ยงด้านการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียน
ทิสโก้เสนอให้รัฐบาลใหม่มุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และปรับมาตรการต่าง ๆ ให้เอื้อต่อการลงทุน พร้อมสนับสนุนการออมและการลงทุนเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงลดพฤติกรรมการใช้จ่ายที่ก่อให้เกิดภาระหนี้สูง
สำหรับเศรษฐกิจโลกในปี2026 ส่งสัญญาณดีขึ้นจากการผ่อนคลายความตึงเครียดทางการค้า และนโยบายการเงินที่สนับสนุนการเติบโต โดยคาดว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวใกล้ระดับ 3% ขณะที่เงินเฟ้อในประเทศพัฒนาแล้วอยู่ในกรอบที่เอื้อต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก
ด้านกลยุทธ์การลงทุน ทิสโก้ชี้ว่า ควรให้ความสำคัญกับประเทศที่เติบโตจากศักยภาพภายใน การลงทุนในระบบนิเวศ AI และการจัดพอร์ตเพื่อลดความผันผวน โดยแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังสหรัฐฯ อินเดีย และเวียดนาม รวมถึงปรับพอร์ตตราสารหนี้จากพันธบัตรไทยระยะยาวไปยังพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น