การซื้อสินค้าออนไลน์ให้ความสะดวกสบาย แต่ความเสี่ยงจากการฉ้อโกงก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน สำนักงานสอบสวนอาชญากรรม ชี้ให้เห็นว่าคดีหลอกลวงการประมูลออนไลน์ปลอมเริ่มกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่มขึ้นก่อนเทศกาลตรุษจีนเนื่องจากความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น ลดลงเล็กน้อยในช่วงเทศกาลตรุษจีน และกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งตั้งแต่เดือนมีนาคม ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มมิจฉาชีพยังคงใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้
กลุ่มมิจฉาชีพมักดึงดูดความสนใจโดยการโพสต์ข้อเสนอโปรโมชั่นหรือของแถมฟรีของสินค้าที่เป็นที่นิยมบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย จากนั้นจึงชักจูงเหยื่อให้ติดต่อส่วนตัวผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงกลไกของแพลตฟอร์มและเพิ่มอัตราความสำเร็จของการหลอกลวง
พนักงานออฟฟิศในไทเปเห็นข้อความบนโซเชียลมีเดียเสนอโทรศัพท์มือถือฟรี หลังจากทำตามคำแนะนำ เขาเพิ่มบุคคลนั้นใน LINE และทำการซื้อขายผ่านบริการ "MyShip" (賣貨便) จากนั้นอีกฝ่ายอ้างว่าบัญชีผิดปกติและเรียกร้องให้ยืนยันตัวตนด้วยชื่อจริงและดำเนินการชำระเงิน โดยหลอกล่อเหยื่อผ่านขั้นตอนการโอนเงิน การชำระเงินผ่านมือถือ และการถอนเงินโดยไม่ใช้บัตร ซึ่งสุดท้ายส่งผลให้เหยื่อสูญเสียเงินไปกว่า 4 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
ตำรวจชี้ว่าวิธีการหลอกลวงได้พัฒนาจากร้านค้าออนไลน์ปลอมและบริการลูกค้าปลอมไปสู่รูปแบบผสมผสานที่รวมแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันส่งข้อความ และเครื่องมือการชำระเงินต่างๆ เข้าด้วยกัน ในระหว่างกระบวนการ ผู้กระทำผิดจะใช้ข้ออ้างต่างๆ เช่น "บัญชีผิดปกติ" "ต้องมีการยืนยัน" และ "การยกเลิกข้อจำกัด" เพื่อกดดันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นการทำธุรกรรมปกติ และร่วมมือกับกิจกรรมฉ้อโกง ส่งผลให้สูญเสียเงินจำนวนมาก
ส่วนวิธีที่กลุ่มมิจฉาชีพใช้บ่อย ได้แก่ การชักจูงให้เหยื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันการถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรและขอรหัส QR หรือหมายเลขซีเรียลการถอนเงินเพื่อให้กลุ่มฉ้อโกงสามารถถอนเงินได้โดยตรง หรือขอรหัสการชำระเงิน ภาพหน้าจอการทำธุรกรรม และข้อมูลสำคัญอื่นๆ เพื่อติดตามการไหลของเงินต่อไป
เจ้าหน้าที่ระบุว่า หากมูลค่าการฉ้อโกงเกิน 1 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน มีโทษจำคุกอย่างน้อย 3 ปี และจะดำเนินการปราบปรามต่อเนื่อง พร้อมเตือนให้ใช้แพลตฟอร์มทางการเท่านั้น และหลีกเลี่ยงธุรกรรมที่น่าสงสัย หากไม่แน่ใจให้โทร 165