ในวัฒนธรรมอาหารของเอเชียตะวันออก อาหารหมักดองอย่าง “กิมจิ” มีประวัติยาวนานและแพร่หลายหลายภูมิภาค ผักกาดดองของจีนตะวันออกเฉียงเหนือที่เรียกว่า “ซวนไช่” (酸菜) และกิมจิของเกาหลีแม้จะมีรสชาติแตกต่างกัน แต่มีจุดกำเนิดร่วมกัน คือการใช้การหมักเพื่อถนอมผักไว้รับประทานในฤดูหนาว
ซวนไช่ของจีนตะวันออกเฉียงเหนือมักทำจากผักกาดขาวหมักในน้ำเกลือ วิธีการทำค่อนข้างเรียบง่าย ทำให้ได้รสเปรี้ยวสดชื่น ในช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง ครอบครัวจำนวนมากจะหมักผักกาดในไหขนาดใหญ่ เมื่อหมักเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ก็จะนำมาใช้ประกอบอาหารฤดูหนาว เช่น ซุปหมูซวนไช่ หรือซวนไช่ผัดวุ้นเส้น
ในทางตรงกันข้าม กิมจิเกาหลีมีรสชาติซับซ้อนมากกว่า โดยนอกจากการหมักแล้ว ยังใส่พริกป่น กระเทียม น้ำปลา และกุ้งหมัก ทำให้เกิดรสเผ็ด เค็ม และเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ ในเกาหลี กิมจิเป็นอาหารที่แทบจะมีอยู่ทุกมื้อ ทั้งในรูปแบบเครื่องเคียงหรือใช้เป็นวัตถุดิบในเมนูต่าง ๆ เช่น ข้าวผัดกิมจิ หรือซุปกิมจิ
เมื่อการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมเพิ่มมากขึ้น อาหารหมักทั้งสองรูปแบบก็เริ่มมีอิทธิพลต่อกัน ในบางพื้นที่ของจีนตะวันออกเฉียงเหนือ มีซวนไช่ที่เพิ่มพริกและกระเทียม ขณะที่ในเกาหลีหรือชุมชนชาวจีนในต่างประเทศ ก็มีการนำซวนไช่มาปรับใช้ในอาหารสไตล์เกาหลีเช่นกัน
สำหรับชาวจีนตะวันออกเฉียงเหนือและชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ รสชาติของผักหมักมักนำความทรงจำเกี่ยวกับบ้านเกิดกลับมา ไม่ว่าจะเป็นรสเปรี้ยวสดของซวนไช่หรือกลิ่นหอมเข้มของกิมจิ ล้วนสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างอาหาร วัฒนธรรม และความทรงจำของครอบครัว