การเดินจนหมดแรงระหว่างการเดินทางอาจไม่ใช่แค่เพราะเท้าเมื่อยล้าเท่านั้น คุณหมอหลี่ จื้อเหยา (李智堯) แพทย์ประจำแผนกศัลยกรรมกระดูกและข้อ Taipei City Hospital Zhongxing Branch (臺北市立聯合醫院中興院區) ระบุว่า การเดินเป็นเวลานานอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะนิ้วหัวแม่เท้าโก่ง หากคุณมีสัญญาณเตือนแล้ว เช่น รอยแดงและบวมที่โคนนิ้วหัวแม่เท้า หรือมีหนังด้านที่ฝ่าเท้า ควรหลีกเลี่ยงการฝืนเดินต่อ
ในชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยอาจรู้สึกไม่สบายเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อเดินมากขึ้นระหว่างท่องเที่ยว เท้าที่บวมจะทำให้ข้อที่นูนเสียดสีกับรองเท้าซ้ำๆ จนอาจเกิดถุงน้ำรอบข้ออักเสบเฉียบพลันและปวดจนต้องหยุดแผนเดินทาง
อย่างไรก็ตาม ภาวะนี้ไม่ได้พบเฉพาะผู้หญิงที่สวมรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าปลายแหลมเป็นประจำ จากการสังเกตทางคลินิกพบว่าประมาณ 70% ของผู้ป่วยมีประวัติครอบครัวเป็นโรคนี้ ผู้ที่มีเท้าแบนหรือเอ็นเท้าหลวมก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ผู้ชายที่มักสวมรองเท้ากีฬาทรงกว้างก็อาจเป็นโรคนี้ได้หลังจากเดินเป็นเวลานาน
ผู้มีอาการเล็กน้อยอาจเปลี่ยนไปใช้รองเท้าหน้ากว้างที่รองรับอุ้งเท้า ร่วมกับถุงเท้าแยกนิ้ว แผ่นคั่นนิ้ว หรืออุปกรณ์ปรับแนวนิ้วเพื่อลดแรงกด หากผ่านไปหลายเดือนแล้วยังปวดจนรบกวนการเดิน วิธีเหล่านี้อาจไม่เพียงพอ
หากโคนนิ้วหัวแม่เท้านูน แดงบวมซ้ำ มีหนังด้านที่ฝ่าเท้า หรือนิ้วเท้าซ้อนกัน แสดงว่าการลงน้ำหนักเริ่มผิดปกติ ผู้ที่นิ้วเอียงชัดควรพบแพทย์ศัลยกรรมกระดูกเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไขหรือไม่