สวัสดีเพื่อนๆ ในไต้หวัน อินโดนีเซีย และทุกๆ ที่ ขอให้ความสงบสุขจงอยู่กับพวกเราเสมอ! ผมชื่อ Timothy Fu ในห้องตรวจ ผมคือหมอในชุดกาวน์ขาวที่ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของผู้ป่วย แต่ในสายตาของพี่น้องชาวอินโดนีเซียในไต้หวัน ผมอาจเป็นเหมือนพี่ชายหรือคุณลุง ที่พวกเขาจะมาเล่าความทุกข์และความคิดถึงบ้านเป็นภาษาแม่
จากนักเรียนต่างชาติที่มาไต้หวันตอนอายุ 18 โดยพูดภาษาจีนไม่ได้เลย จนกลายเป็นแพทย์เฉพาะทางและผู้ก่อตั้งสมาคม GICA การเดินทางนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าหรือโฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นเรื่องราวชีวิตที่เกิดขึ้นจริง นี่คือการเดินทางของ GICA ในฐานะสะพานเชื่อมระหว่างไต้หวันและอินโดนีเซีย
น้ำตาในต่างแดน
ผมจำได้ว่าตอนวัยรุ่นผมมาไต้หวันเพื่อ "แสวงโชค" ท่ามกลางความท้าทาย "ภาษา" คือกำแพงสูงอย่างแรกที่ต้องข้าม มีปัญหาทุกวันตั้งแต่สั่งอาหารจนถึงดูชื่อถนน อย่างที่สองคือความลำบากทางเศรษฐกิจ ผมเคยเป็นคนส่งหนังสือพิมพ์ พนักงานเสิร์ฟ และคนล้างขวดนมแพะเพื่อหาเงินเรียน ความเหงาและความอ้างว้างจากการสื่อสารที่ผิดพลาดยังเป็นสิ่งที่เจออยู่บ่อยครั้ง ผมจึงเข้าใจดีว่าความเจ็บปวดของ "การมีเรื่องจะพูดแต่พูดไม่ได้" นั้นเป็นอย่างไร
เมื่อเวลาผ่านไป ผมก็ได้เป็นแพทย์เฉพาะทางตามที่ฝัน ในคลินิก ผมเริ่มเห็นแรงงานและผู้ดูแลชาวอินโดนีเซียมากขึ้น พวกเขามักจะนั่งเงียบๆ ในห้องรอด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้าและกังวล ผมตระหนักว่าความเจ็บป่วยทางกายมักจะรักษาไม่ได้ด้วยยาเพียงอย่างเดียว ความเจ็บปวดนั้นมาจากความเหนื่อยล้า ความคิดถึงลูกที่อยู่ไกล และความอึดอัดที่นายจ้างไม่เข้าใจเพราะกำแพงภาษา
ปัจจุบันมีชาวอินโดนีเซียเกือบ 320,000 คนที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน พวกเขาคือฮีโร่ที่ช่วยพยุงสังคมที่นี่ แต่ความต้องการทางจิตใจของพวกเขามักจะ "ไม่มีใครมองเห็น" แววตาของพวกเขาทำให้ผมรู้ว่าผมจะเป็นแค่หมอที่รักษาโรคไม่ได้ แต่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อพี่น้องชาวอินโดนีเซีย
การกำเนิดของ GICA
การเปลี่ยนแปลงสังคมทำไม่ได้ด้วยคนเดียว เริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2015 ผมเริ่มนำเรื่องราวของแรงงานไปเล่าให้เพื่อนที่โบสถ์และชาวไต้หวันฟัง ตอนแรกเราไปตามสวนสาธารณะและโรงพยาบาลเพื่อทำความรู้จักและฟังเรื่องราวของพวกเขา เราพบว่าความขัดแย้งส่วนใหญ่เกิดจาก "ความไม่เข้าใจ" นายจ้างไม่รู้ว่าคนมุสลิมต้องละหมาด และแรงงานก็ไม่รู้วิธีบอกเป็นภาษาจีนว่าขอพักสักสิบนาที
GICA ก่อตั้งอย่างเป็นทางการในปี 2016 เพื่อแก้ปัญหานี้ ในเดือนเมษายน 2026 เราจัดงานครบรอบ 10 ปี เห็นนายจ้างไต้หวันและแรงงานอินโดนีเซียกอดกันด้วยรอยยิ้ม ทำให้ผมรู้สึกว่า GICA เป็น "บ้านหลังที่สอง" ที่อบอุ่นจริงๆ
กลยุทธ์: การเคียงข้าง การเสริมพลัง และความสัมพันธ์
กลยุทธ์ของ GICA คือ "ทำให้ชีวิตมนุษย์มีศักดิ์ศรีและมีความหวัง":
- 1.เป็นผู้แปลและผู้ฟังที่ซื่อสัตย์: เรามีคลาสภาษาและวัฒนธรรม 15 คลาส เมื่อไม่มีกำแพงภาษา "แรงงานต่างชาติ" จะกลายเป็น "ครอบครัวที่มาช่วยงาน"
- 2.สร้างครอบครัวที่ช่วยเหลือกัน: เรามีเครือข่ายสนับสนุนทางกฎหมายและจิตวิทยา อาสาสมัครของเราพร้อมช่วยเหลือตลอดเวลาแม้ในยามฉุกเฉินตอนกลางคืน
- 3.สร้างพื้นที่ผ่อนคลาย: เราจัดกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เดินป่าและบาร์บีคิวที่ Dakeng Trail เพื่อให้พวกเขาได้หัวเราะและลืมความเหนื่อยล้า
GICA เปรียบเสมือนครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น
ความรักไม่มีพรมแดน
ขอบคุณอาสาสมัคร ครู อาจารย์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และรัฐบาลเมืองไท่จงที่ให้การสนับสนุน สะพานแห่งหัวใจข้ามทะเลแห่งนี้จึงได้ถูกสร้างขึ้นอย่างมั่นคง ในอนาคต GICA จะยังคงทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนชาวอินโดนีเซียทุกคนที่มาเยือนไต้หวันจะรู้สึกอบอุ่นและได้รับความเคารพ เราหวังว่าในอนาคตจะไม่มีการแบ่งแยก "เรา" และ "พวกเขา" ในสังคมไต้หวันอีกต่อไป แต่เราจะสามารถอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนเหมือนครอบครัวเดียวกัน ขอบคุณไต้หวัน!