ผู้โดยสารจำนวนไม่น้อยชอบเก็บป้ายแท็กสัมภาระจากเที่ยวบินที่ผ่านมาไว้บนกระเป๋าเดินทาง เพื่อเป็นความทรงจำหรือร่องรอยของการเดินทาง อย่างไรก็ตาม นิสัยที่ดูเหมือนไม่มีพิษภัยนี้ อาจกลายเป็นสาเหตุของความล่าช้าหรือการส่งกระเป๋าผิดเที่ยวบินในการเดินทางครั้งถัดไป กระทรวงคมนาคมเตือนว่า ก่อนออกเดินทางต่างประเทศ นอกจากการตรวจสอบเอกสาร เที่ยวบิน และน้ำหนักสัมภาระแล้ว การตรวจดูว่ากระเป๋ายังมีป้ายแท็กเก่าติดอยู่หรือไม่ ก็เป็นรายละเอียดสำคัญที่ส่งผลต่อความราบรื่นในการขนส่งสัมภาระ
ปัจจุบัน ระบบขนส่งสัมภาระของสนามบินส่วนใหญ่พึ่งพาระบบคัดแยกสัมภาระอัตโนมัติ กระเป๋าจะถูกสแกนบาร์โค้ดแบบ 360 องศาจากหลายมุมบนสายพาน ระบบจะใช้บาร์โค้ดบนป้ายแท็กเพื่อกำหนดเที่ยวบินและสายพานรับกระเป๋า หากกระเป๋ายังมีบาร์โค้ดเก่าจากเที่ยวบินก่อนหน้า การสแกนอาจเกิดความผิดพลาด และทำให้กระเป๋าถูกส่งไปยังเที่ยวบินที่ไม่ถูกต้อง
เมื่อระบบไม่สามารถระบุบาร์โค้ดได้อย่างชัดเจน กระเป๋าอาจถูกจัดเป็นสัมภาระผิดปกติและถูกนำออกจากกระบวนการอัตโนมัติ เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดการด้วยมือ ซึ่งเพิ่มเวลารอและความเสี่ยงต่อความล่าช้า ในกรณีที่แย่ที่สุด ผู้โดยสารอาจถึงจุดหมายแล้ว แต่กระเป๋ายังคงอยู่ที่สนามบินต้นทาง หรือถูกส่งไปยังเมืองอื่น ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางและก่อให้เกิดความยุ่งยากเพิ่มเติม
การใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนออกเดินทาง เพื่อตรวจสอบกระเป๋าและลอกป้ายแท็กและบาร์โค้ดเก่าออกให้หมด จะช่วยหลีกเลี่ยงความสับสนของข้อมูลเที่ยวบิน ขั้นตอนง่าย ๆ นี้ช่วยลดความเสี่ยงของการส่งกระเป๋าผิดพลาดหรือความล่าช้า และทำให้กระเป๋าปรากฏบนสายพานพร้อมกับผู้โดยสาร