ช่วงที่ผ่านมา มีการพูดถึงในโลกออนไลน์เกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเข้าข่าย “การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน” จนเกิดการถกเถียงในสังคม กระทรวงแรงงานไต้หวันระบุว่า การจะตัดสินว่าเป็นการกลั่นแกล้งในที่ทำงานหรือไม่นั้น ไม่สามารถใช้เพียงความรู้สึกส่วนตัวตัดสินได้ แต่ต้องเข้าเกณฑ์ 5 ข้อ และผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ
กระทรวงแรงงานระบุว่า ตามกฎหมายความปลอดภัยและอาชีวอนามัยฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กรกฎาคม การกลั่นแกล้งในที่ทำงานต้องประกอบด้วยเงื่อนไข 5 ข้อ ได้แก่ ประการแรก เหตุการณ์ต้องเกิดขึ้นในที่ทำงานและเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ประการที่สอง ทั้งสองฝ่ายต้องเป็นพนักงานขององค์กรเดียวกัน และฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องใช้อำนาจหรือตำแหน่งหน้าที่ในทางที่ผิด ประการที่สาม พฤติกรรมต้องเกินขอบเขตของการให้คำแนะนำทางธุรกิจที่เหมาะสม เช่น การเรียกร้องให้ทำงานล่วงเวลาอย่างไม่สมเหตุสมผล หรือมอบหมายงานที่ทำไม่ได้ ประการที่สี่ พฤติกรรมต้องเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือต่อเนื่อง ไม่ใช่ความขัดแย้งเพียงครั้งเดียว และประการที่ห้า ต้องส่งผลกระทบหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตของพนักงาน
ตัวอย่างเช่น หัวหน้าที่มอบหมายงานเกินความเป็นจริงหรือใช้คำพูดดูหมิ่นซ้ำๆ อาจเข้าข่ายการกลั่นแกล้งในที่ทำงาน แต่หากเป็นเพียงการโต้เถียงหรือความขัดแย้งเล็กน้อยเพียงครั้งเดียว มักไม่ถือว่าเป็นการกลั่นแกล้ง นอกจากนี้ การไม่อนุมัติวันลาอาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายแรงงาน ส่วนการโจมตีผู้อื่นในกลุ่มแชตงานอาจเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือดูหมิ่นผู้อื่นได้