ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เด็กและเยาวชนมีแนวโน้มใช้อินเทอร์เน็ตบ่อยขึ้นและพึ่งพามากขึ้น จากผลสำรวจของหน่วยงานปกป้องเนื้อหาออนไลน์ iWIN ในปี 2567 เด็กและเยาวชนในไต้หวันใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 3.96 ชั่วโมง โดยอายุเฉลี่ยที่เริ่มใช้อินเทอร์เน็ตลดลงจาก 8.7 ปี เหลือเพียง 7.1 ปี สะท้อนว่าอุปกรณ์ดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเด็กและเยาวชนอย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม การใช้อินเทอร์เน็ตโดยไม่มีแนวทางหรือการควบคุม อาจก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ เช่น การเสพติดอินเทอร์เน็ต การเข้าถึงเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม หรือรอยเท้าดิจิทัลรั่วไหล ซึ่งกระทบต่อสุขภาพจิตและความสัมพันธ์ในครอบครัว สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติระบุว่า เด็กและเยาวชนที่เคยถูกรังแกทางออนไลน์ มีคะแนนความเสี่ยงในการทำร้ายตนเองสูงถึง 6.45 ซึ่งเข้าใกล้เกณฑ์ความเสี่ยงสูง และการแพร่ภาพลับก็เป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การทำร้ายตนเองเช่นกัน
คำชี้แจงโดยผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายเผิง ฟู่หยวน (ภาพจากเว็บไซต์กระทรวงศึกษาธิการ)
เพื่อตอบสนองความท้าทายจากความเสี่ยงทางดิจิทัล หลายประเทศได้ดำเนินมาตรการ เช่น ฝรั่งเศสห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนตั้งแต่ปี 2561 นิวซีแลนด์เริ่มใช้มาตรการห้ามใช้โทรศัพท์ในระดับประถมและมัธยมในปี 2567 ออสเตรเลียก็มีนโยบายคล้ายกันในแต่ละรัฐ และหลายรัฐของสหรัฐฯ กำลังผลักดันกฎหมายห้ามโทรศัพท์ในโรงเรียน
กระทรวงศึกษาธิการของไต้หวันระบุว่า โครงการ &ldquoร่วมกันดูแลยุคใหม่ออนไลน์&rdquo เน้นความเข้าใจและการมีส่วนร่วม พร้อมทั้งสอดคล้องกับแนวโน้มระดับโลก โดยร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัล คณะกรรมการกิจการสื่อสารแห่งชาติ กลุ่มผู้ปกครอง รัฐบาลท้องถิ่น ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และองค์กรวิชาชีพ เพื่อสร้างแนวป้องกันหลายระดับสำหรับเด็กและเยาวชน
แนวทางที่ดำเนินการ ได้แก่
I. แจกชุดเครื่องมือดิจิทัลฟรี พร้อมคู่มือภาพประกอบและวิดีโอสอนการใช้งาน [ลิงก์: https://gov.tw/bLU]
II. ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการอบรมผู้ปกครองผ่านศูนย์การศึกษาครอบครัวและมหาวิทยาลัยชุมชน
III. จัดกิจกรรมในโรงเรียน เช่น การประชุมผู้ปกครอง เพื่อให้คำแนะนำและการสนับสนุนด้านเทคนิค
IV. ร่วมกับ iWIN และผู้ให้บริการโทรคมนาคม จัดบริการตั้งค่ามือถือที่ร้านก่อนเปิดเทอม โดยผู้ปกครองแสดงเอกสารจากกระทรวงและลงนามยินยอม รายละเอียดจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
กระทรวงศึกษาธิการย้ำว่า อินเทอร์เน็ตคือทั้งเครื่องมือสำรวจโลกและแหล่งความเครียด ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว โรงเรียน และภาครัฐในการป้องกันและดูแล เพื่อให้เด็กและเยาวชนเติบโตอย่างปลอดภัยในโลกดิจิทัล