按下ENTER到主內容區
:::
:::

ผ่าต้อกระจกแล้วทำไมยังมัว? จักษุแพทย์เตือน 'สายตาพร่ามัวไม่หาย' อาจเป็นสัญญาณอันตรายของโรคจอประสาทตาเสื่อม

ผู้สูงอายุที่มีอาการสายตาแย่ลงอย่างกะทันหัน เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือสายตาไม่ดีขึ้นตามที่คาดหลังผ่าตัดต้อกระจก ควรเข้ารับการตรวจตาโดยเร็วที่สุด (ภาพ / เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลกรุงไทเป)
ผู้สูงอายุที่มีอาการสายตาแย่ลงอย่างกะทันหัน เห็นภาพบิดเบี้ยว หรือสายตาไม่ดีขึ้นตามที่คาดหลังผ่าตัดต้อกระจก ควรเข้ารับการตรวจตาโดยเร็วที่สุด (ภาพ / เว็บไซต์ข้อมูลข่าวสารของรัฐบาลกรุงไทเป)

ผู้สูงอายุจำนวนมากคาดหวังว่าสายตาจะดีขึ้นหลังผ่าตัดต้อกระจก แต่บางรายยังคงมีอาการมองเห็นพร่ามัวหรือเห็นภาพบิดเบี้ยว โรงพยาบาลนครไทเปเตือนว่า หากสายตาไม่ฟื้นตัวหรือแย่ลงอย่างต่อเนื่องหลังการผ่าตัด อาจเกี่ยวข้องกับโรคจอประสาทตาเสื่อมตามวัย ซึ่งในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดได้

ทางโรงพยาบาลระบุว่า มีผู้ป่วยบางรายที่สายตาไม่ดีขึ้นหลังผ่าตัดต้อกระจก ขณะที่ผู้สูงอายุบางคนมีสายตาลดลงอย่างรวดเร็วหลายปีหลังการผ่าตัด และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมหลังเข้ารับการตรวจ

เมื่อสังคมเข้าสู่ภาวะผู้สูงอายุ โรคจอประสาทตาเสื่อมได้กลายเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงวัย สถิติระบุว่าประชาชนไต้หวันที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปประมาณ 9.2% มีภาวะจอประสาทตาเสื่อมระยะเริ่มต้น และประมาณ 1.9% อยู่ในระยะรุนแรง ความเสียหายของจุดรับภาพอาจทำให้อ่านหนังสือลำบากหรือเกิดปัญหาด้านการมองเห็น

แพทย์แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีลูทีนและซีแซนทีน ควบคุมความดันโลหิต และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เพื่อลดความเสี่ยง ปัจจุบันโรคจอประสาทตาเสื่อมชนิดมีหลอดเลือดรั่วสามารถรักษาได้ด้วยการฉีดยาต้านการสร้างหลอดเลือดใหม่เข้าภายในดวงตา หากพบว่าสายตาลดลงอย่างกะทันหันหรือเห็นภาพบิดเบี้ยว ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首
Loading