อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงนี้ ทำให้มีผู้ป่วยเจ็บคอเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่คลินิกหู คอ จมูก อาการเจ็บคออาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น หวัด ไข้หวัดใหญ่ ต่อมทอนซิลอักเสบ หรือคออักเสบ ซึ่งในบางกรณีอาจเกิดพร้อมกัน แพทย์ชี้ว่าการวินิจฉัยที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญต่อการรักษา
สาเหตุที่อาจทำให้เจ็บคอ
★ หวัด: อาการมักไม่รุนแรง เช่น เจ็บคอ น้ำมูกไหล จาม ส่วนใหญ่สามารถหายเองได้ด้วยการพักผ่อน
★ ไข้หวัดใหญ่: อาการรุนแรงกว่า อาจมีไข้สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย และอ่อนเพลีย ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
★ ต่อมทอนซิลอักเสบเฉียบพลัน: แตกต่างจากหวัดด้วยอาการเจ็บคอรุนแรง กลืนลำบาก ปวดหู และต่อมน้ำเหลืองที่คอบวม ในกรณีร้ายแรงอาจเกิดหนอง
★ คออักเสบ: มักเกิดจากไวรัส อาการได้แก่ คอบวมแดงและรู้สึกมีสิ่งแปลกปลอม
ไวรัสโควิด-19 กับอาการเจ็บคอ
การติดเชื้อไวรัสโควิด-19 มักทำให้เกิดอาการเจ็บคอรุนแรงคล้ายกับการถูกมีดบาด เนื่องจากไวรัสทำลายเยื่อบุและทำให้เกิดการอักเสบภาพเดียวแยกแยะสาเหตุของอาการเจ็บคอ (ภาพจาก Heho Health)
วิธีแยกแยะสาเหตุ
★ การติดเชื้อแบคทีเรีย: เช่น ต่อมทอนซิลอักเสบจากเชื้อสเตรปโตคอคคัส พบได้บ่อยในเด็ก มักมีหนองแต่ไม่มีน้ำมูกหรือไอ ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ
★ การติดเชื้อไวรัส: เช่น คออักเสบไวรัส ส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ แพทย์จะวินิจฉัยจากการตรวจร่างกาย เช่น หากต่อมทอนซิลบวมแดงมีหนอง อาจเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย หากการอักเสบอยู่บริเวณคอ อาจเป็นคออักเสบ
คำแนะนำด้านอาหารสำหรับผู้ป่วยเจ็บคอ
ควรเลือกอาหารที่อ่อนนุ่มและย่อยง่าย เช่น:
★ อาหารเหลว (โจ๊ก ซุป)
★ อาหารที่มีโปรตีนสูง (เช่น เครื่องดื่มโปรตีน)
หลีกเลี่ยง:
★ สารก่อภูมิแพ้ (นม กลูเตน ถั่วเหลือง)
★อาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลหรือสารกันบูดสูง
★อาหารที่กระตุ้นคอ (อาหารทอด อาหารเผ็ด)ภายใต้ผลกระทบของโควิด-19 อาการเจ็บคอเป็นหนึ่งในอาการที่พบได้บ่อยที่สุด(ภาพจาก Heho Health)
การป้องกันและรักษา
ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่เพิ่มสูงขึ้น แพทย์แนะนำให้ประชาชนป้องกันการติดเชื้อ หากมีอาการเจ็บคอควรพบแพทย์ทันที และรักษาตามอาการพร้อมพักผ่อนให้เพียงพอ
บทความนี้ได้รับอนุญาตจาก Heho Health