ไทยจับมืออาเซียนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง เสริมความมั่นคงพลังงานและอาหาร
กระทรวงพาณิชย์ของไทยเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนนัดพิเศษ เพื่อหารือแนวทางรับมือผลกระทบจากวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลต่อเส้นทางขนส่งน้ำมัน พลังงาน ห่วงโซ่อุปทานโลก และความมั่นคงด้านอาหารของภูมิภาคการประชุมมีประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศเข้าร่วม โดยเห็นพ้องในการออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านพลังงานและอาหาร รวมถึงการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในภูมิภาคดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อาเซียนจะใช้กลไกระดับภูมิภาค เช่น โครงการสำรองข้าวฉุกเฉินอาเซียนบวกสาม (APTERR) และระบบสารสนเทศด้านความมั่นคงอาหารอาเซียน (AFSIS) เพื่อเสริมความมั่นคงด้านอาหารและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมส่งเสริมการเกษตรอย่างยั่งยืนเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาวด้านพลังงาน อาเซียนเตรียมศึกษาการจัดตั้งคลังสำรองน้ำมันร่วมในภูมิภาค รวมถึงเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน เช่น โครงการโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน (APG) และโครงข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติอาเซียน (TAGP) เพื่อกระจายแหล่งพลังงานและเสริมความมั่นคงทางพลังงานนอกจากนี้ ประเทศสมาชิกยังสนับสนุนการดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือด้านพลังงานของอาเซียน พร้อมผลักดันการใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาดให้มากขึ้น เพื่อสร้างระบบพลังงานที่ยั่งยืนในอนาคตไทยยังเสนอให้อาเซียนยกระดับบทบาทสู่การเป็น “ภูมิภาคเศรษฐกิจที่มั่นคงและน่าเชื่อถือของโลก” ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ผันผวน โดยยึดหลักการค้าเสรี เปิดกว้าง และหลีกเลี่ยงมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่จำเป็นทั้งนี้ อาเซียนยังตั้งเป้าเร่งสรุปการเจรจาความตกลงกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) ภายในปีนี้ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ด้านเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาค