按下ENTER到主內容區
:::
:::

เทรนด์ใหม่ของการกัวซา: เคล็ดลับหน้าเรียวกระชับและกระจ่างใส!

ด้วยกระแสความงามและการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น การกัวซาบนใบหน้าจึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญในกิจวัตรการดูแลผิวของใครหลายคน (ภาพจาก Women's Health)
ด้วยกระแสความงามและการดูแลสุขภาพที่เพิ่มขึ้น การกัวซาบนใบหน้าจึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญในกิจวัตรการดูแลผิวของใครหลายคน (ภาพจาก Women's Health)

ด้วยกระแสความงามและการดูแลสุขภาพที่กำลังมาแรง การกัวซาใบหน้าจึงกลายเป็นขั้นตอนสำคัญในกิจวัตรการดูแลผิวของใครหลายคน
เทคนิคโบราณนี้ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต แต่ยังช่วยลดอาการบวมน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวดูเปล่งปลั่ง โดยเฉพาะในฤดูที่อากาศแห้ง ผิวต้องการความชุ่มชื้นอย่างเร่งด่วน การใช้กัวซาร่วมกับผลิตภัณฑ์บำรุงจะช่วยให้ผิวซึมซับได้ลึกและคืนความสดใส

เสน่ห์ของการกัวซา
อยากมีกรอบหน้าชัด ผิวกระจ่างใสใช่ไหม? การกัวซาใบหน้าไม่ใช่แค่การผ่อนคลาย แต่ยังเป็นการดูแลลึกถึงผิวชั้นใน การเคลื่อนไหวง่าย ๆ ของกัวซาจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดี ลดอาการบวม และทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

ขั้นตอนการกัวซาที่ถูกต้อง:

การขูดในพื้นที่กว้าง
เริ่มจากบริเวณแก้ม ใช้แผ่นกัวซาลากขึ้นตามแนวกรอบหน้า แล้วลากต่อขึ้นไปบริเวณคิ้วหรือเบ้าตา ช่วยให้ผิวตึงและโครงหน้าชัดเจนการกัวซาในบริเวณกว้าง (ภาพจาก Women's Health)การกัวซาในบริเวณกว้าง (ภาพจาก Women's Health)

การกดจุดฝังเข็ม
ถัดไป เริ่มจากปีกจมูก ลากไปยังโหนกแก้ม แล้วลากขึ้นไปตามหางตา กดที่ขมับ จากนั้นเริ่มจากคาง ลากขึ้นไปที่ขมับ กดค้างไว้สักครู่ แล้วปล่อย สุดท้าย ขยับแผ่นกัวซาไปยังหลังใบหู ขูดเบา ๆ ไปมาเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงการกดจุดฝังเข็ม (ภาพจาก Women's Health)การกดจุดฝังเข็ม (ภาพจาก Women's Health)

▲ขูดลงตามแนวกล้ามเนื้อ
ปิดท้ายด้วยการกดบริเวณคาง แล้วลากลงมาตามแนวคอและกล้ามเนื้อเฉียงด้านหลัง

ข้อควรระวังในการกัวซา
หากคุณเพิ่งเริ่มใช้กัวซา โดยเฉพาะบริเวณหลังหู ควรใช้แรงเบา ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคือง ระหว่างทำควรรักษาอารมณ์ให้ผ่อนคลาย และดื่มด่ำกับช่วงเวลาของการดูแลตัวเอง

การกัวซาใบหน้าไม่เพียงช่วยให้ผิวดีขึ้น แต่ยังเป็นวิธีผ่อนคลายจิตใจอีกด้วย แค่ไม่กี่ขั้นตอนง่าย ๆ ก็สามารถมีผิวตึงกระชับและเปล่งปลั่งจากที่บ้าน เสริมความมั่นใจให้คุณในทุก ๆ วัน ลองสัมผัสเสน่ห์ของเทคนิคความงามโบราณนี้ แล้วให้ผิวของคุณเปล่งประกายอีกครั้ง!

ที่มา: Women's Health

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首
Loading