ศ.พญ.สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์ รองผู้อำนวยการ ศจย. คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยในเวทีเสวนา &ldquoบุหรี่ไฟฟ้า ภัยเงียบที่คุณต้องรู้&rdquo ว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะภาระค่ารักษาพยาบาลในระยะยาวจาก 4 โรคร้าย ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหอบหืด ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 300 ล้านบาท
ไม่เพียงแต่ปัญหาทางกายเท่านั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้ายังสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพจิต โดยผลวิจัยชี้ว่า ผู้สูบมีความเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 1.58 เท่า และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงถึง 2.05 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มพฤติกรรมการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในเด็กและเยาวชนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มอายุ 15-29 ปี
การสูบบุหรี่ไฟฟ้ามักทำให้เกิดความวิตกกังวลและหงุดหงิดได้ง่าย
นักวิชาการเสนอว่า ควรมีมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ พร้อมส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ในสังคมเกี่ยวกับอันตรายของบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงนโยบายป้องกันในระดับชาติอย่างจริงจัง เพื่อหยุดยั้งปัญหานี้ตั้งแต่ในกลุ่มเยาวชน