ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา วิธีการฉ้อโกงมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ นอกเหนือจากบัญชีการเงินและข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว อสังหาริมทรัพย์ก็กลายเป็นเป้าหมายของกลุ่มมิจฉาชีพเช่นกัน ผู้สูงอายุ ผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียว และผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ กลุ่มมิจฉาชีพอาจใช้ข้ออ้างต่างๆ เช่น การลงทุนปลอม เงินกู้ปลอม หรือการขอความช่วยเหลือปลอมจากญาติและเพื่อน เพื่อหลอกลวงให้ผู้คนมอบเอกสารสำคัญ เช่น โฉนดที่ดิน ตราประทับ และใบรับรองลายเซ็น เมื่อเอกสารเหล่านี้ตกไปอยู่ในมือของคนร้าย อาจนำไปสู่ความเสียหายทางการเงินที่แก้ไขไม่ได้
Facebook 165 ต่อต้านการหลอกลวง (165全民防騙粉專) ระบุว่า เมื่อมิจฉาชีพได้รับโฉนดบ้าน ตราประทับ หรือเอกสารรับรองตราประทับแล้ว อาจนำไปใช้ดำเนินการจดทะเบียนจำนอง จัดตั้งทรัสต์ หรือดำเนินการทางกฎหมายอื่น ๆ จนทำให้อสังหาริมทรัพย์ถูกนำไปใช้โดยมิชอบ ดังนั้นประชาชนควรจดจำหลัก “ไม่ให้โฉนดโดยพลการ ไม่ให้ยืมตราประทับ และไม่ส่งมอบเอกสารรับรองตราประทับโดยไม่จำเป็น”
เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการฉ้อโกงด้านอสังหาริมทรัพย์ เพจ Facebook 165 ต่อต้านการหลอกลวงยังแนะนำให้ใช้ “3 เครื่องมือป้องกันการหลอกลวง” ได้แก่ ระบบแจ้งเตือนการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ดิน การปกปิดที่อยู่ และการกำหนดที่อยู่สำหรับรับเอกสารโดยเฉพาะ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและการติดตามข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างทันท่วงที