ไต้หวันเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โรคเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันที่ลดลง และการติดเชื้อที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ นอกจากจะเป็นสาเหตุของโรคสมองเสื่อมแล้ว ยังอาจทำให้เกิดภาวะทางจิตที่มักถูกมองข้ามอย่าง &ldquoอาการเพ้อ&rdquo ซึ่งเป็นภาวะสับสนเฉียบพลัน ผู้ป่วยอาจพูดจาไม่รู้เรื่อง สมาธิสั้น สับสนทิศทาง และมีปัญหาด้านความจำ โดยอาการจะเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วภายในวันเดียว
เพ้อคือภาวะความสับสนทางสติที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
จากการศึกษาทางเวชศาสตร์ผู้สูงอายุในไต้หวัน พบว่าผู้ป่วยสูงอายุที่มีอาการเพ้อขณะรักษาตัวในโรงพยาบาล มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 22% ถึง 76%
การเกิดอาการเพ้อต้องมีทั้ง &ldquoปัจจัยเสี่ยง&rdquo และ &ldquoปัจจัยกระตุ้น&rdquo ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุเกิน 65 ปี ประวัติโรคสมองเสื่อม โรคเรื้อรัง ภาวะขาดสารอาหาร ความบกพร่องทางประสาทสัมผัส ส่วนปัจจัยกระตุ้นที่พบบ่อย เช่น การใช้ยาหลายชนิด การติดเชื้อเฉียบพลัน ภาวะก่อนโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจวาย หรือพิษจากสารเคมี หากผู้สูงอายุมีอาการเพ้อเฉียบพลัน ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
อาการเพ้อต่างจากโรคสมองเสื่อมตรงที่มีภาวะ &ldquoสับสนด้านการรับรู้&rdquo ขณะที่ผู้ป่วยสมองเสื่อมมักยังรู้ตัวดี และยังต่างจากโรคซึมเศร้าที่แม้อารมณ์จะตกต่ำ แต่ยังคงมีการรับรู้ด้านเวลาและสถานที่ แพทย์แนะนำว่าควรสังเกตอาการและบันทึกอย่างละเอียดเพื่อวินิจฉัยที่ถูกต้อง
อาการเพ้อมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง และสามารถรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนภายในวันเดียว
เมื่อพบว่าผู้สูงอายุมีอาการคล้ายเพ้อ ควรรีบพาไปพบแพทย์เฉพาะทางระบบประสาท เพื่อค้นหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม การดูแลประจำวัน เช่น การพูดคุย การเตือนเรื่องเวลาและสถานที่ การนอนหลับที่ดี การออกกำลังกายและการรับแสงแดด ล้วนช่วยให้ฟื้นตัวได้ หากรักษาทันท่วงที ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการจะดีขึ้นภายในไม่กี่เดือน ครอบครัวไม่ต้องตื่นตระหนก