按下ENTER到主內容區
:::
:::

การผายลมไม่ใช่แค่เรื่องน่าอาย แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนสุขภาพลำไส้

หากกลิ่นผายลมของคุณเปลี่ยนไปและมีกลิ่นเหม็นผิดปกติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ ควรเฝ้าระวังอย่างจริงจัง (ภาพจาก Heho Health)
หากกลิ่นผายลมของคุณเปลี่ยนไปและมีกลิ่นเหม็นผิดปกติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2-4 สัปดาห์ ควรเฝ้าระวังอย่างจริงจัง (ภาพจาก Heho Health)

คุณรู้หรือไม่ว่า การผายลมเป็นกลไกสำคัญของร่างกายในการขับของเสียในรูปแบบแก๊ส และมีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพโดยตรง จากข้อมูลทางการแพทย์พบว่า คนที่มีสุขภาพดีจะผายลมเฉลี่ยวันละประมาณ 14 ครั้ง แบคทีเรียในลำไส้จะย่อยสลายเศษอาหารและก่อให้เกิดแก๊ส เช่น ไนโตรเจน ไฮโดรเจนซัลไฟด์ และแอมโมเนีย ซึ่งจะถูกขับออกทางการผายลม ช่วยควบคุมความดันในลำไส้และการทำงานของลำไส้ หากไม่ผายลมเลยอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหาร และถ้าผายลมบ่อยหรือมีกลิ่นแรงเกินไป อาจบ่งบอกถึงปัญหาการย่อยอาหาร

สาเหตุของการผายลมมากขึ้น ได้แก่ การใช้ยาปฏิชีวนะที่ทำให้สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เสีย โรคทางเดินอาหาร เช่น กระเพาะอาหารอักเสบหรือท้องผูก และการบริโภคอาหารที่ก่อแก๊ส เช่น ถั่ว มันฝรั่ง หัวไชเท้า เป็นต้น การกินเร็ว กลืนอากาศ หรือดื่มเครื่องดื่มอัดแก๊ส ก็ทำให้มีแก๊สมากขึ้นเช่นกัน6 ประโยชน์ต่อสุขภาพจากการผายลม (ภาพจาก Heho Health)6 ประโยชน์ต่อสุขภาพจากการผายลม (ภาพจาก Heho Health)

หากผายลมน้อยลง อาจเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่ช้าลง เช่น ในผู้ป่วยลำไส้อัมพาตที่แก๊สสะสมและขับออกไม่ได้ จนกลายเป็นการเรอ สิ่งที่ควรระวังมากยิ่งกว่าคือ กลิ่นของผายลมที่ผิดปกติอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งลำไส้หรือโรคลำไส้อักเสบ กลิ่นคาวอาจมาจากการมีเลือดออกในลำไส้ กลิ่นเหม็นจัดอาจหมายถึงลำไส้อักเสบ และกลิ่นไข่เน่าเกี่ยวข้องกับการบริโภคอาหารมันและเนื้อสัตว์สูง

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากพบว่าผายลมบ่อยหรือมีกลิ่นผิดปกติติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจสุขภาพ การสังเกตพฤติกรรมการผายลมเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ไม่ควรมองข้ามในการดูแลลำไส้

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首
Loading