เมื่ออากาศเย็นลง เด็กจำนวนมากเริ่มป่วยเป็นไข้และหวัด ผู้ปกครองหลายคนเลือกใช้แผ่นลดไข้เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของลูก อย่างไรก็ตาม ดร.เฉิน หยิงจวง กุมารแพทย์จากคลินิก Ho-Shin Maternal and Child Clinic แนะนำว่าไม่ควรใช้แผ่นลดไข้หรือหมอนน้ำแข็ง เนื่องจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดผลเสียได้
ไข้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ และการดูแลต้องปรับให้เหมาะสมกับแต่ละระยะ
ดร.เฉินอธิบายว่า อาการไข้สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น และ ระยะที่อุณหภูมิร่างกายลดลง
- ใน ระยะที่อุณหภูมิร่างกายเพิ่มขึ้น สมองจะปรับเป้าหมายอุณหภูมิของร่างกายให้สูงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายมีอาการหนาวสั่น ในระยะนี้ควรเน้นให้ความอบอุ่นกับเด็ก หากใช้แผ่นลดไข้เพื่อลดอุณหภูมิอย่างรุนแรง อาจทำให้เด็กไม่สบายมากขึ้น นอกจากนี้ แผ่นลดไข้มีผลแค่ลดอุณหภูมิผิวหนังเฉพาะที่ และไม่สามารถลดอุณหภูมิร่างกายโดยรวมได้
- ใน ระยะที่อุณหภูมิร่างกายลดลง ร่างกายจะเริ่มระบายความร้อนเป็นหลัก การเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเป็นวิธีลดไข้ที่มีประสิทธิภาพที่สุด ช่วยให้ร่างกายกลับสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น
ไข้มี 2 ระยะ และวิธีการดูแลแตกต่างกัน. (ที่มาของภาพ: photoAC)
แนวทางจากนานาชาติไม่ได้ยอมรับประสิทธิภาพของแผ่นลดไข้
ไม่ว่าจะเป็นสมาคมกุมารแพทย์แคนาดา (CAPS), สมาคมกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา (AAP) หรือสถาบันแห่งชาติด้านสุขภาพและการดูแล (NICE) ของอังกฤษ ไม่มีการระบุว่าแผ่นลดไข้มีประสิทธิภาพจริง วัสดุและอุณหภูมิที่รุนแรงของแผ่นลดไข้ยังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนังหรือความไม่สบาย แนวทางการดูแลไข้ในประเทศไทยแนะนำเฉพาะการเช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นเป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผล โดยไม่ต้องใช้หมอนน้ำแข็งหรือแผ่นลดไข้
เมื่อไหร่ที่ควรพาเด็กไปพบแพทย์ทันที
หากเด็กมีไข้สูงเกิน 41°C มีอาการชัก หมดสติ หายใจเร็ว หรือมีผื่นที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบนำเด็กไปพบแพทย์ทันที
การเช็ดตัวเป็นวิธีลดไข้ที่ดีที่สุด. (ภาพ: จัดทำโดย Heho Health)
ดร.เฉินเตือนว่า อาการไข้มักเป็นปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย การมีไข้เล็กน้อยสามารถดูแลได้ที่บ้าน แต่ต้องดูแลอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่จำเป็น เพื่อให้เด็กผ่านพ้นช่วงเวลาป่วยได้อย่างสบายที่สุด
บทความนี้ได้รับอนุญาตเผยแพร่จาก Heho Health