ไทยเล็งเปิดโครงการเที่ยวไทยคนละครึ่งเดือนกันยายน ส่วนค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติยังอยู่ระหว่างพิจารณา
รัฐบาลไทยกำลังเตรียมเปิดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศภายใต้ชื่อ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” โดยตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในเดือนกันยายน 2026 ขณะเดียวกันมีข้อเสนอให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อนำรายได้ไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว เสริมมาตรการความปลอดภัย และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอเรื่องค่าธรรมเนียมยังไม่ได้กำหนดอัตรา วิธีการจัดเก็บ หรือวันเริ่มใช้ที่แน่นอนนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า เที่ยวไทยคนละครึ่ง มีกรอบงบประมาณเบื้องต้น 1.75 พันล้านบาท และเตรียมสิทธิไว้ 500,000 สิทธิ ผ่านแอปพลิเคชัน Pao Tang ของธนาคารกรุงไทย รัฐบาลจะช่วยจ่ายร้อยละ 50 ของค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไข สูงสุด 3,000 บาทต่อสิทธิ และประชาชนแต่ละคนสามารถใช้ได้สูงสุด 5 สิทธิโครงการระยะแรกมีแผนดำเนินการเป็นเวลา 4 เดือน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังคงหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับงบประมาณและเงื่อนไขการเข้าร่วมของผู้ประกอบการ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้แหล่งเงินจากการกู้ และตั้งเป้าเริ่มโครงการในช่ว เดือนกันยายน หากได้รับการตอบรับที่ดี รัฐบาลอาจพิจารณาดำเนินโครงการในระยะต่อไป โดยคาดว่าจะสร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า 26 พันล้านบาทรัฐบาลยังวางแผนเพิ่มมูลค่าคูปองที่แนบมากับแต่ละสิทธิจาก 500 บาทเป็น 1,000 บาท และขยายการใช้จ่ายจากร้านอาหารไปยังค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว สินค้าท่องเที่ยว ผลิตภัณฑ์ชุมชน บริการนำเที่ยว และบริการเช่ารถ เพื่อกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการขนาดเล็กและชุมชนมากขึ้นสำหรับข้อเสนอค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ รายได้จะนำเข้าสู่กองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและใช้ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับปรุงและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว การสนับสนุนประกันและมาตรการความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว และการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมท่องเที่ยวก่อนหน้านี้ไทยเคยหารือแนวทางจัดเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 300 บาทต่อนักท่องเที่ยวหนึ่งคน และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเคยระบุในปี 2026 ว่ายังคงเดินหน้าแนวคิดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่รายงานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมยังไม่ได้ยืนยันอัตราสุดท้าย จึงยังไม่ควรถือว่า 300 บาทเป็นอัตราที่ได้รับอนุมัติแล้วนายสุรศักดิ์ระบุว่า นโยบายท่องเที่ยวยังให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย การพัฒนาเมืองท่องเที่ยวรอง และการกระจายประโยชน์จากการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไปยังชุมชน โดยคณะทำงานที่เกี่ยวข้องได้รับมอบหมายให้ผลักดันมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ภายใน 6 เดือนถึง 1 ปี