สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติเดินหน้าผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยผสานการให้บริการด่านหน้าจากสำนักงานรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อให้การช่วยเหลือด้านประกันสุขภาพมีความรวดเร็วมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เสี่ยวหยุน (นามแฝง) อาศัยอยู่ในเขตซาลู่ (沙鹿) เมืองไถจง (台中) ต้องเลี้ยงดูบุตรสองคนเพียงลำพัง เนื่องจากคู่สมรสอยู่ระหว่างรับโทษจำคุก บุตรสาวมีร่างกายอ่อนแอและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นประจำ ครอบครัวมีรายได้จากงานรับจ้างเป็นครั้งคราวเท่านั้น ทำให้สถานะทางการเงินค่อนข้างตึงเครียด แม้จะได้รับการจัดให้อยู่ในกลุ่มครอบครัวที่มีสถานการณ์พิเศษและได้รับเงินช่วยเหลือ แต่ยังไม่สามารถชำระเบี้ยประกันสุขภาพได้ และกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อสิทธิในการเข้ารับการรักษาพยาบาลของบุตร
หลังจากเสี่ยวหยุนเข้าขอความช่วยเหลือจากสำนักงานเขตซาลู่ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรายงานผ่านแพลตฟอร์มแจ้งกลุ่มเปราะบางทางออนไลน์ทันที จากนั้นสำนักงานสาขาภาคกลางของสำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติได้ประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว และช่วยชำระเบี้ยประกันสุขภาพแห่งชาติที่ค้างชำระเกือบ NT$40,000 เพื่อคุ้มครองสิทธิในการเข้ารับการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เสี่ยวหยุนแสดงความขอบคุณต่อความช่วยเหลือที่ทันท่วงทีของสำนักงานเขต และชื่นชมการให้บริการในรูปแบบดิจิทัลที่ช่วยให้ครอบครัวที่ต้องการความช่วยเหลือได้รับการสนับสนุนอย่างรวดเร็ว
สำนักงานสาขาภาคกลางระบุว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับปรุงแอปพลิเคชัน My Health Bank (健保快易通APP) และแพลตฟอร์มรายงานกลุ่มเปราะบางอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลารอคอย พร้อมทั้งเสริมสร้างความร่วมมือกับสำนักงานท้องถิ่น นำบริการหน้าเคาน์เตอร์มาผสานกับเครื่องมือดิจิทัล เพื่อให้การให้บริการด้านประกันสุขภาพสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากยิ่งขึ้น
เพื่อส่งเสริมให้สำนักงานท้องถิ่นในพื้นที่ไถจง (台中) จางฮว่า (彰化) และหนานโถว (南投) ยกระดับคุณภาพการให้บริการด้านประกันสุขภาพ สำนักงานสาขาภาคกลางได้จัดกิจกรรมคัดเลือกผู้ให้บริการประกันสุขภาพแห่งชาติที่มีผลงานยอดเยี่ยมของสำนักงานรัฐบาลท้องถิ่น โดยในปี 2025 สำนักงานเขตเป่ยถุน (北屯) เมืองไถจง (台中) และสำนักงานเขตลู่กั่ง (鹿港) เมืองางฮว่า (彰化) ได้รับรางวัลชนะเลิศในกลุ่มสำนักงานขนาดใหญ่ และกลุ่มสำนักงานขนาดกลางและเล็กตามลำดับ ในช่วงการประเมิน สำนักงานท้องถิ่นแต่ละแห่งได้ส่งเสริมบริการดิจิทัลอย่างจริงจัง ช่วยประชาชนดำเนินการเพิ่มและยกเลิกการประกัน รวมถึงการขอทำบัตรประกันสุขภาพผ่านระบบออนไลน์เกือบ 30,000 รายการ แนะนำประชาชนมากกว่า 10,000 คนให้ใช้สมุดสุขภาพเพื่อบริหารจัดการสุขภาพของตนเอง และให้ความช่วยเหลือในการรายงานกลุ่มเปราะบางและยื่นขอเงินสนับสนุนเกือบ 300 กรณี
สำนักงานประกันสุขภาพแห่งชาติระบุว่า ในอนาคตจะเดินหน้ากระชับความร่วมมือกับสำนักงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และร่วมกันผลักดันบริการดิจิทัลที่หลากหลาย ตั้งแต่เคาน์เตอร์บริการไปจนถึงระบบคลาวด์ ใช้ระบบดิจิทัลทดแทนเอกสารกระดาษ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว สะดวก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น