รหัส OTP (One-Time Password) เพียงรหัสเดียวสามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันเพื่ออนุมัติการชำระเงินได้ กลุ่มมิจฉาชีพได้พุ่งเป้าไปที่นักเรียนโดยการสวมรอยเป็นเพื่อนร่วมชั้นหรือเพื่อนเพื่อหลอกเอารหัสเหล่านี้ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ และพบว่ากว่า 3 ใน 4 ของผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านระบบชำระเงินรายย่อยทางโทรศัพท์มือถือที่มีการรายงานในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาเป็นกลุ่มนักเรียน
การหลอกลวงมักเริ่มจากข้อความส่วนตัวใน Instagram โดยอ้างว่าโทรศัพท์ถูกล็อกหรือต้องการยืมหมายเลขโทรศัพท์เพื่อรับ SMS อย่างเร่งด่วน ก่อนขอหมายเลขโทรศัพท์และรหัส OTP จากเหยื่อ สิ่งที่ดูเหมือนการช่วยรับข้อความธรรมดาอาจทำให้มิจฉาชีพนำ OTP ไปยืนยันการชำระเงินได้
กรณีที่สำนักงานตำรวจอาชญากรรมเผยแพร่ พบว่านักเรียนมัธยมต้นได้รับข้อความจากบัญชีที่ต่างจากบัญชีของเพื่อนจริงเพียง 1 ตัวอักษร นักเรียนหลงเชื่อและให้ข้อมูลเพื่อช่วยรับรหัสยืนยัน ก่อนจะได้รับแจ้งยอดเงินถูกหักทันที อีกกรณี เด็กคนหนึ่งให้รหัสยืนยัน 2 ชุด และถูกหักเงินกว่า NT$7,000 ภายในไม่กี่นาที เพื่อนำไปซื้อบริการแบบชำระเงินบนแพลตฟอร์มเกม
มิจฉาชีพอาศัยความเป็นคนรู้จักและสถานการณ์เร่งด่วนเพื่อลดความระมัดระวัง แล้วนำ OTP ไปใช้เป็นช่องทางยืนยันการซื้อ ผู้ปกครองควรตรวจสอบว่าหมายเลขโทรศัพท์ของบุตรเปิดใช้บริการชำระเงินรายย่อยผ่านโทรศัพท์หรือไม่ หากไม่มีความจำเป็น สามารถขอให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมปิดบริการ เพื่อลดความเสี่ยงจากค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อนุญาต
หากได้รับข้อความจากเพื่อนร่วมชั้น เพื่อน หรือญาติที่ขอหมายเลขโทรศัพท์ ขอให้ช่วยรับ SMS หรือขอ OTP ควรใช้ช่องทางติดต่อเดิมเพื่อยืนยันตัวตน และอย่าดำเนินการตามข้อความโดยตรง หากพบสิ่งน่าสงสัย โทรสายด่วนป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกง 165 หรือตรวจสอบข้อมูลคดีในลักษณะเดียวกันได้ที่ "165打詐儀錶板" (แปล: 165 Anti-Fraud Dashboard)