按下ENTER到主內容區
:::

ข่าวล่าสุด

:::

ไต้หวันประกาศลุย 'Long-term Care 3.0' เต็มตัว! ดัน 'Health Coin' จูงใจประชาชนดูแลตัวเอง ลดภาระการแพทย์

นายกรัฐมนตรีจั๋ว หรงไท่ (卓榮泰) เข้าร่วมพิธีเปิดฟอรัมผู้สูงอายุไต้หวันสุขภาพดี 2026 (2026健康台灣樂齡論壇) และอธิบายทิศทางนโยบายด้านสุขภาพและการดูแลระยะยาวต่อสังคมสูงวัยขั้นสูง (ภาพ/สำนักนายกรัฐมนตรี)
นายกรัฐมนตรีจั๋ว หรงไท่ (卓榮泰) เข้าร่วมพิธีเปิดฟอรัมผู้สูงอายุไต้หวันสุขภาพดี 2026 (2026健康台灣樂齡論壇) และอธิบายทิศทางนโยบายด้านสุขภาพและการดูแลระยะยาวต่อสังคมสูงวัยขั้นสูง (ภาพ/สำนักนายกรัฐมนตรี)

ท่ามกลางโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว รัฐบาลยังคงเดินหน้าปรับนโยบายด้านสุขภาพและการดูแลอย่างต่อเนื่อง นายกรัฐมนตรีจั๋ว หรงไท่ (卓榮泰) ได้เข้าร่วมพิธีเปิด “ฟอรัมผู้สูงอายุไต้หวันสุขภาพดี 2026” (2026健康台灣樂齡論壇) เมื่อไม่นานมานี้ โดยระบุว่าประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปของไต้หวันมีจำนวนถึง 4.67 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 20.06 ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ไต้หวันก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสูงอย่างเป็นทางการ และการเพิ่มช่วงอายุขัยที่มีสุขภาพดีได้กลายเป็นประเด็นสำคัญของการบริหารประเทศ

นายจั๋ว หรงไท่ กล่าวว่า รัฐบาลยึดการแพทย์เชิงป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพเป็นแกนหลัก พร้อมผลักดันโครงการ “การป้องกันสามโรคเรื้อรัง 888” (三高防治888計畫) โดยมีเป้าหมายให้กลุ่มเสี่ยงสูงเข้าสู่ระบบการดูแลทางการแพทย์ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต และได้รับการสนับสนุนทางการแพทย์อย่างครบถ้วน เพื่อลดผลกระทบของโรคเรื้อรังต่อบุคคลและสังคม ในด้านการดูแลระยะยาว รัฐบาลได้เริ่มต้น Long-term Care 3.0 อย่างเป็นทางการในปี 2026 ต่อยอดจาก Long-term Care 2.0 ขยายกลุ่มผู้รับบริการ เพิ่มความครอบคลุม และเสริมการเชื่อมโยงระหว่างการดูแลที่บ้าน ชุมชน สถาบัน และระบบการแพทย์ฟอรัมผู้สูงอายุไต้หวันสุขภาพดี เชิญผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายของสังคมสูงวัย (ภาพ/สำนักนายกรัฐมนตรีจัดให้)ฟอรัมผู้สูงอายุไต้หวันสุขภาพดี เชิญผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อความท้าทายของสังคมสูงวัย (ภาพ/สำนักนายกรัฐมนตรีจัดให้)

เขาเสริมว่า ปัจจุบันมีการจัดตั้งจุดบริการดูแลระยะยาวมากกว่า 15,000 แห่งทั่วประเทศ และฝึกอบรมผู้ดูแลมากกว่า 100,000 คน โดย Long-term Care 3.0 จะสร้างเครือข่ายการดูแลที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้สูงอายุ และทำให้ประชาชนที่ต้องการการดูแลได้รับการสนับสนุนในสถานที่ที่เหมาะสม

ในด้านนโยบายส่งเสริมสุขภาพ จั๋ว หรงไท่ ระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการกำลังวางแผนผลักดัน “Health Coin” เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้ารับวัคซีนและตรวจสุขภาพ ขณะเดียวกัน กระทรวงกีฬาก็เตรียมผลักดัน “Sports Coin” ควบคู่กัน เพื่อใช้แรงจูงใจที่เป็นรูปธรรม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ และลดค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ในอนาคต

นายจั๋ว หรงไท่ ยังกล่าวถึงประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ (賴清德) ที่เคยระบุหลายครั้งว่า แม้อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนจะใกล้ 80 ปี แต่ช่วงเวลาที่มีสุขภาพไม่ดีอยู่ที่ประมาณ 8 ปี ซึ่งก่อให้เกิดภาระต่อครอบครัวและสังคม ดังนั้น การเพิ่มช่วงอายุขัยที่มีสุขภาพดีจึงเป็นทิศทางสำคัญที่ภาครัฐและวงการแพทย์ให้ความสำคัญ ฟอรัมครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นสุขภาพหัวใจและตับ การดูแลผู้ป่วยอาการหนัก และยุทธศาสตร์รับมือสังคมสูงวัย เพื่อตอบโจทย์ดังกล่าว

เขาย้ำว่า เมื่อไต้หวันก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยขั้นสูง ระบบสังคม นโยบายสวัสดิการ และระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวไปพร้อมกัน รัฐบาลจะเดินหน้าผ่านความร่วมมือข้ามหน่วยงานและความร่วมมือภาครัฐและเอกชน ผสานการเปลี่ยนผ่านดิจิทัลและนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมด้านสุขภาพที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และมุ่งสู่เป้าหมาย “ไต้หวันสุขภาพดี”

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首
Loading