หลายคนไม่ชอบทานโยเกิร์ตเย็นโดยตรง แต่ก็กังวลว่าการอุ่นจะส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของแบคทีเรียโปรไบโอติก  นักโภชนาการระบุว่า หากอุณหภูมิในการอุ่นไม่เกิน 53°C จะช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการและประสิทธิภาพของแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสไว้ได้  จึงสามารถเพลิดเพลินกับโยเกิร์ตอุ่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพได้ในช่วงอากาศเย็น! 
การอุ่นโยเกิร์ตไม่ควรเกิน 53°C เพื่อรักษาประสิทธิภาพของแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส 
อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสอยู่ที่ 2-53°C โดยช่วงที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่ที่ 30-40°C ซึ่งใกล้เคียงกับอุณหภูมิของร่างกาย ดังนั้นโยเกิร์ตที่อุ่นอย่างเหมาะสมจะช่วยให้แบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่ออุณหภูมิเกิน 53°C แบคทีเรียแลคโตบาซิลลัสจะตายและคุณค่าทางโภชนาการจะลดลง
การกินโยเกิร์ตช่วยเสริมจุลินทรีย์ดี มีความสำคัญต่อสุขภาพลำไส้อย่างมาก (ภาพจาก Heho Health)
4 วิธีในการอุ่นโยเกิร์ตให้คงประสิทธิภาพ
✅ วิธีอุ่นที่อุณหภูมิห้อง: นำโยเกิร์ตออกจากตู้เย็น วางทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 15-20 นาที แล้วจึงรับประทาน
✅ วิธีอุ่นในน้ำ: เทโยเกิร์ตลงในชาม แล้วอุ่นในน้ำจนอุ่น "ไม่ร้อนจนสัมผัสได้"  แล้วจึงรับประทาน
✅ วิธีอุ่นในหม้อหุงข้าว: ใส่โยเกิร์ตลงในหม้อหุงข้าว แล้วตั้งค่า "โหมดอุ่น" อุ่น 5-10 นาที เพื่อรักษาความอุ่น
✅ วิธีอุ่นในไมโครเวฟ: ใช้ไมโครเวฟ 500W อุ่น 30 วินาที  สามารถอุ่นเป็นช่วงๆ และคนให้เข้ากัน เพื่อให้ความร้อนกระจายอย่างสม่ำเสมอ 
📌 คำแนะนำ: ควรบริโภคโยเกิร์ตที่เอาออกมาครั้งละหนึ่งครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการอุ่นซ้ำๆ  ส่วนที่เหลือต้องเก็บไว้ในตู้เย็น 
กระแสความนิยมของ "วิธีลดน้ำหนักด้วยโยเกิร์ตอุ่น" ในญี่ปุ่น 
นักแสดงหญิงชาวญี่ปุ่น ยามาดะ ฮานะโกะ เคยแบ่งปันประสบการณ์ในรายการทีวี  โดยเธอใช้ "วิธีลดน้ำหนักด้วยโยเกิร์ตอุ่น" โดยทานโยเกิร์ตอุ่น 120 กรัม ในตอนเช้า  ทานอาหารกลางวันและอาหารเย็นตามปกติ แต่งดของว่างและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  ใช้เวลา 1.5 เดือน ลดน้ำหนักได้ 7 กิโลกรัม  รักษาสัดส่วนที่ดี 
3 ข้อสำคัญในการลดน้ำหนักด้วยโยเกิร์ต 
📌 โยเกิร์ตสามารถเป็นตัวเลือกของว่างเพื่อสุขภาพแทนของว่างที่มีแคลอรีสูง
📌 เลือกโยเกิร์ตที่ไม่มีน้ำตาลเพิ่ม เพื่อลดปริมาณแคลอรี
📌 รับประทานก่อนอาหารเพื่อเพิ่มความรู้สึกอิ่มท้องและหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหลักมากเกินไป
โยเกิร์ตเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหาร (ภาพจาก Heho Health)
งานวิจัยแสดงให้เห็นว่า โยเกิร์ตสามารถเพิ่มระดับ GLP-1 และ Peptide YY ฮอร์โมนที่ช่วยยับยั้งความอยากอาหารและช่วยในการควบคุมน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม โยเกิร์ตที่วางขายทั่วไปมักมีน้ำตาลและแยมเพิ่ม  แนะนำให้เลือกโยเกิร์ตแบบไม่มีน้ำตาลและทานคู่กับผลไม้สด เพื่อเพิ่มการรับประทานไฟเบอร์ และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อระบบลำไส้