รัฐบาลไทยเปิดเผยว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์การรับมอบรถถัง T59D ที่ผลิตโดยจีนของกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง โดยยังไม่พบสัญญาณว่ายุทโธปกรณ์ดังกล่าวถูกเคลื่อนย้ายเข้ามาประจำการบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา
พลโทอดุล บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ว่า ไทยได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการส่งมอบรถถัง T59D จำนวน 39 คันให้แก่กัมพูชา และกำลังติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบด้านความมั่นคงในภูมิภาค
เขากล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้เดินทางไปประเทศเวียดนามร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อเข้าร่วมการประชุมและกิจกรรมด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพร่วมคณะเดินทางด้วย
ระหว่างการเยือนดังกล่าว พลโทอดุลยังได้พบหารือกับรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของเวียดนาม ซึ่งถือเป็นการพบปะตามปกติภายหลังเข้ารับตำแหน่ง เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างสองประเทศ
เกี่ยวกับการส่งมอบรถถังจากจีนให้กัมพูชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า จีนและกัมพูชามีความร่วมมือทางทหารต่อเนื่องมาเป็นเวลานาน โดยมีการฝึกร่วมระหว่างสองประเทศมาตั้งแต่ปี 2559
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า รถถัง T59D ที่ส่งมอบเป็นยุทโธปกรณ์ที่ผ่านการปรับปรุงและพัฒนาใหม่ ขณะที่ไทยรับทราบว่ากัมพูชามีการจัดหาอุปกรณ์ทางทหารเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศ
สำหรับข้อกังวลว่าการส่งมอบรถถังดังกล่าวอาจส่งผลต่อความมั่นคงชายแดนไทยนั้น พลโทอดุลมองว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ตำแหน่งการนำไปใช้งานของยุทโธปกรณ์ โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลบ่งชี้ว่ารถถังดังกล่าวถูกนำไปประจำการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
ขณะเดียวกัน สภาความมั่นคงแห่งชาติของไทย หรือ NSC ยังคงติดตามสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาอย่างใกล้ชิด และประเมินว่าสถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทยกำลังศึกษาความเคลื่อนไหวของกัมพูชาที่เกี่ยวข้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศในอนาคต