按下ENTER到主內容區
:::
:::
ข่าวทั่วไป

ไทยตรวจเข้ม สกัดการลักลอบขนกัญชา เตือนนักเดินทางอย่ารับฝากสัมภาระของผู้อื่น

ไทยตรวจเข้ม สกัดการลักลอบขนกัญชา เตือนนักเดินทางอย่ารับฝากสัมภาระของผู้อื่น  แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนสามารถนำกัญชา ดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาออกนอกประเทศได้ (ภาพจาก envato/LittleIvan)
ไทยตรวจเข้ม สกัดการลักลอบขนกัญชา เตือนนักเดินทางอย่ารับฝากสัมภาระของผู้อื่น แม้ว่าปัจจุบันประเทศไทยจะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ แต่ไม่ได้หมายความว่าประชาชนสามารถนำกัญชา ดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาออกนอกประเทศได้ (ภาพจาก envato/LittleIvan)

รัฐบาลไทยเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการลักลอบนำกัญชาออกนอกประเทศ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการตรวจสอบผู้เดินทางขาออก และเตือนประชาชนไม่ให้รับฝากพัสดุ กระเป๋าเดินทาง หรือรับจ้างขนส่งสิ่งของให้ผู้อื่น เพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายลักลอบขนของผิดกฎหมายข้ามชาติ

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า แม้ประเทศไทยจะอนุญาตให้ใช้กัญชาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ในบางกรณี แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถนำกัญชา ดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกัญชาออกนอกประเทศได้

รัฐบาลย้ำว่าผู้เดินทางต้องปฏิบัติตามกฎหมายของประเทศไทย รวมถึงกฎหมายของประเทศปลายทางและประเทศที่เดินทางผ่าน พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบสัมภาระของตนเองอย่างละเอียด และปฏิเสธการรับจ้างขนส่งสินค้าหรือรับฝากสิ่งของจากบุคคลอื่น

ผู้ที่ลักลอบส่งออกกัญชาโดยผิดกฎหมายอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 (2017) รวมถึงอาจมีความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะที่หลายประเทศยังคงจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดร้ายแรง ซึ่งอาจมีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรือโทษสูงสุดตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

รัฐบาลยังขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแสการลักลอบขนกัญชาหรือการรับสมัครผู้รับจ้างขนส่งผ่านสายด่วน 191 หรือ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首
Loading