:::

จากคนเก็บของรีไซเคิลสู่ครูสอนเยว่โอเปร่า เรื่องราวความสุขทุกข์ในชีวิตการ 'แต่งงานกับชาวไต้หวัน' ของเถาฮุ่ย

เถาฮุ่ย หรือ เถาจึ (陶子) อายุ 54 ปี เกิดในตระกูลลี่หยวน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน ภาพ/ดึงมาจาก National Education Radio)
เถาฮุ่ย หรือ เถาจึ (陶子) อายุ 54 ปี เกิดในตระกูลลี่หยวน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน ภาพ/ดึงมาจาก National Education Radio)
เว็บไซต์ข่าวรอบโลกสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่】ผู้แปลและเรียบเรียง/นงค์รักษ์ เหล่ากอคำ (李慧毓)

[เว็บไซต์ข่าวรอบโลกสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่] ร่วมกับรายการ ‘สหประชาชาติสุขสันต์’ สถานีวิทยุเพื่อการศึกษาแห่งชาติไต้หวัน (National Education Radio) คอยรายงานเรื่องราวของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน ในตอนนี้ ‘การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของชีวิต’ ได้เรียนเชิญผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เถาฮุ่ย (陶卉) มาให้สัมภาษณ์ โดยมีพิธีกร ร่วนซื่อชิวเซียง (阮式秋香) และ จางลี่อิง (張麗英) เป็นผู้สัมภาษณ์ เพื่อแบ่งปันเรื่องราว “ฉันแต่งงานกับไต้หวัน ไม่ใช่สามีของฉัน” ชีวิตในไต้หวันที่เต็มไปด้วยความสุขและความทุกข์ปะปนกันไป

[เว็บไซต์ข่าวรอบโลกสำหรับผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่] ยังได้นำเรื่องราวของทางรายการมาจัดทำเป็นบทความ 5 ภาษา ได้แก่ จีน อังกฤษ เวียดนาม ไทย และอินโดฯ เพื่อให้ผู้อ่านและผู้ฟังเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องราวการดำรงชีวิตในต่างประเทศของผู้ตั้งถิ่นฐานใหม่มากขึ้น

เถาฮุ่ย (กลาง) กับพิธีกร ร่วนซื่อชิวเซียง (ขวา) และ จางลี่อิง (ซ้าย) ภาพ/ดึงมาจาก National Education Radio

เถาฮุ่ย หรือ เถาจึ (陶子) อายุ 54 ปี เกิดในตระกูลลี่หยวน มณฑลกุ้ยโจว ประเทศจีน เมื่ออายุได้ 19 ปี เธอได้รับรางวัลนักแสดงตัวตลกยอดเยี่ยมจากงาน Yue Opera TV Awards ครั้งที่ 1 ในประเทศจีน ในวัยเด็กเธอมีความรู้สึกว่าไต้หวันนั้นสวยงามมาก อีกทั้งชอบฟังเพลงของเติ้งลี่จวิน จึงได้ตัดสินใจแต่งงานกับสามีชาวไต้หวันที่เคยเจอกันเพียงครั้งเดียว จากนั้นทั้งสองใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขได้เพียง 5 ปีเท่านั้น หลังจากที่สามีของเธอป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เธอต้องมารับภาระทางครอบครัวแทน ในตอนนั้นเธอเริ่มทำงานเก็บของรีไซเคิล ด้วยความรักและการสนับสนุนจากครอบครัว ทำให้เธอผ่านช่วงเวลาที่ทั้งสุขและทุกข์มาได้ ตอนนี้เธอได้กลับมาทำงานที่ตนรักและกลายเป็นครูเยว่โอเปร่า

อ่านข่าวเพิ่มเติม: โครงการสร้างฝันของสะใภ้ไต้หวันหลินยวี่เมิ่ง ทำให้อิสราเอลได้มองเห็นไต้หวัน

ในรายการที่ยาวกว่าครึ่งชั่วโมง เถาฮุ่ยพูดถึงเส้นทางสู่การแต่งงานอย่างฉะฉานว่า จำได้ว่าตอนที่ทั้งสองได้พบกันเป็นครั้งที่สอง ก็เป็นวันของการแต่งงานแล้ว พิธีกรถามเธอว่าเธอชอบอะไรในตัวสามี สิ่งไหนในตัวสามีที่ทำให้เธอกล้าวางชีวิตความเป็นอยู่แบบเดิมของตัวเองได้ “ฉันรู้สึกซาบซึ้งในความพยายามอย่างไม่บ่นว่าเหนื่อยของเขาที่นั่งเครื่องบินจากไต้หวันไปถึงกุ้ยโจว และฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับความกระตือรือร้นของเขา” เธอกล่าวว่าเนื่องจากสามีของเธอติดการเคี้ยวหมากเป็นเวลานาน เลยทำให้ปากของเขานั้นแดงและรูปร่างหน้าตาของเขาก็ไม่ได้ดี “แต่ฉันเชื่อในคุณธรรมและฝีมือของเขา และฉันเชื่อว่าคุณธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด”

หลังจากย้ายมาอยู่ที่ไต้หวัน สามีของเธอก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง เขาทำงานเกี่ยวกับการรีไซเคิล สามียอมลำบากออกไปทำงานอยู่ข้างนอก และให้เถาฮุ่ยเป็นแม่บ้านดูแลงานบ้าน แต่คิดไม่ถึงว่าชีวิตที่มีความสุขของเธอจะเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน อยู่มาวันหนึ่งสามีของฉันตื่นขึ้น แล้วบอกว่ามองไม่เห็น จึงรีบส่งตัวไปโรงพยาบาล พบว่าสามีป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง แพทย์บอกว่าเขาจะเสียชีวิตอย่างแน่นอน “หมอบอกให้เตรียมจัดงานศพได้เลย ในตอนนั้นฉันมืดแปดด้านมาก”

เถาฮุ่ยบอกว่า อาของเขาโทรหาอย่างเร็ว พร้อมบอกกับเธอว่า “เธอรอพวกเราก่อน พวกเราจะไปหาเธอเดี๋ยวนี้แหละ” ฟ้ายังไม่มืดครอบครัวของสามีทุกคน รวมทั้งป้าและลุงก็มาถึง “ความอบอุ่นนั้น มันวัดไม่ได้ มันอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย” ขณะที่เขานึกถึงความอบอุ่นของครอบครัวสามีแล้ว เธอก็อดที่จะสำลักในรายการไม่ได้

ในที่สุดสามีก็รอดชีวิตมา แม้ว่าเถาฮุ่ยจะรู้สึกขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยจัดสรร แต่เธอไม่ปฏิเสธว่าเธอเคยมีความคิดจะพาลูกสาวกลับประเทศจีน คิดไม่ถึงว่าลูกสาววัย 4 ขวบของเธอจะพูดกับเธออย่างหนักแน่นว่า “แม่ หนูอยากเป็นคนไต้หวัน ตอนนี้แม่ดูแลพ่อไปก่อนนะ ในอนาคตเดี๋ยวหนูมาดูแลเอง” เถาฮุ่ยสำอึกใจในคำพูดของลูกสาวมาก เธอกอดลูกสาวทั้งน้ำตาพร้อมพูดว่า “โอเค เราจะสู้ไปด้วยกัน”

อ่านข่าวเพิ่มเติม: จากเด็กดื้อสู่นิทรรศการภาพยนตร์นานาชาติ เหงียนทูหั่งทอดสะพานระหว่างไต้หวันและเวียดนามในการได้รู้จักกันอีกครั้ง

เถาฮุ่ยตัดสินใจสานงานรีไซเคิลของสามีต่อ ขณะที่ลูกชายของลุงอาสาช่วยเธอขับรถบรรทุก ในช่วงกลางวันลูกสาวตัวน้อยของเธอไปเล่นอยู่ที่ริมสระว่ายน้ำในชุมชน และเธอได้บอกกับไลฟ์การ์ดว่า “คุณลุง พ่อของหนูป่วย แม่ของหนูไปทำงานเก็บของรีไซเคิล ไม่มีใครดูแลหนู คุณลุงต้องดูแลหนูด้วยนะคะ”

“มีคนเคยบอกฉันว่าลูกสาวของฉันคือเจ้าแม่กวนอิมส่งมาให้ช่วยฉัน” ในช่วงตอนกลางวันเถาฮุ่ยต้องทำงาน เธอยุ่งมาก แต่ลูกสาวของเธอก็ไม่เคยทำให้เธอต้องเป็นกังวลเลยแม้แต่น้อย “ครูบอกว่าหลังจากที่เลิกเรียน เพื่อน ๆ ของเธอจะวิ่งไปเล่นที่สนามเด็กเล่นกันหมด แต่ลูกสาวกลับวิ่งไปถามคุณครู ลูกรู้ว่าครอบครัวไม่มีเงินส่งเขาไปเรียนพิเศษ เขารู้ว่าต้องช่วยเหลือตัวเอง”

ในวันที่ยากลำบากยังคงมีแสงสว่างอยู่เสมอ หลังจากผ่านไป 10 กว่าปี ลูกสาวของเถาฮุ่ยก็สอบเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยของจีนได้ เมื่อสามีของเธอส่งเข้าพักรักษาตัวที่บ้านพักคนชรา เขาก็ได้ขับรถไปดูแลพ่ออยู่เรื่อย ๆ “ทางครอบครัวแม่สามีบอกกับฉันเมื่อหลายปีก่อนว่า ขอเพียงแค่เขาสอบติดมหาลัยในจีนได้ จะช่วยออกค่าครองชีพและค่าเล่าเรียนให้เอง” ทางด้านครอบครัวแม่สามีต้องการช่วยเหลือเถาฮุ่ยแบ่งเบาภาระ และลูกสาวของเธอก็ตั้งใจเรียน จนในที่สุดสามารถเข้าเรียนได้อย่างราบรื่น

หลังจากฟังเรื่องราวของเถาฮุ่ย พิธีกรในรายการก็รู้สึกประทับใจและอดสงสัยไม่ได้ที่จะถามเธอว่า “คุณเคยรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจแต่งงานมาเป็นสะใภ้ไต้หวันไหม”

“เรามักจะต้องหาสิ่งที่ไม่ธรรมดาในความธรรมดาให้เจอ” แม่ของเถาฮุ่ยบินมาเยี่ยมเขาที่ไต้หวันทุกปี เถาฮุ่ยได้รับกำลังใจจากคุณแม่เลยทำให้เขาเข้าร่วมการแสดงเยว่โอเปร่าในรายการ “一鳴驚人” ของ CCTV ตั้งแต่ปี 2015 เรื่อยมา  อีกทั้งเข้าร่วมการแข่งขันแฟนละครเยว่โอเปร่าระดับโลก ครั้งที่ 1 ตลอดจนเทศกาลแฟนเยว่โอเปร่าทั่วโลก และได้รับรางวัลเหรียญเงินทั้ง 2 รายการ

วันนี้ เถาฮุ่ยใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและเป็นตัวเองเป็นอย่างมาก เธอทำตั้งแต่เก็บของรีไซเคิลไปจนถึงครูสอนเยว่โอเปร่า “พระเจ้าและสามีมอบลูกสาวสุดยอดเยี่ยมให้กับฉัน ฉันรู้สึกขอบคุณมาก ๆ และฉันไม่เสียใจภายหลังอย่างแน่นอน”

เนื้อหาการออกอากาศเพิ่มเติม ไปที่ National Education Radio

อ่านข่าวเพิ่มเติม

มาเป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น

ข่าวเด่นประเด็นร้อน

回到頁首icon
Loading