กระทรวงพาณิชย์วิเคราะห์ผลกระทบจากการปิดจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชา (ข้อมูลถึง 8 มิ.ย. 2025) ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่
1. ด้านพื้นที่: 5 จุดผ่านแดนหลักมีมูลค่าการค้ารวม 1745.3 พันล้านบาท โดยจุดใหญ่ที่สุดคืออรัญประเทศ สระแก้ว (63.4%) หากปิดจุดนี้จะกระทบการค้าเกิน 60% และหากปิด 3 จุดหลักพร้อมกันจะส่งผลต่อการค้าเกือบทั้งหมดทันที
2. ด้านโครงสร้างสินค้า: สินค้าส่งออกสำคัญช่วง ม.ค.-เม.ย. 2025 ได้แก่ เครื่องดื่ม ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องจักร คิดเป็นกว่า 30% ของมูลค่าการส่งออก ส่วนสินค้านำเข้า ได้แก่ มันสำปะหลัง โลหะรีไซเคิล และสายไฟ ซึ่งจำเป็นต่ออุตสาหกรรมไทยหลายกลุ่ม
3. ด้านเวลาและความต่อเนื่อง: ขณะนี้เป็นเพียงการควบคุมคนเข้าออก ยังไม่กระทบการค้า แต่หากมีการ "ปิดถาวร" หรือ "ปิดหลายจุดพร้อมกัน" จะส่งผลทันที ทั้งธุรกิจขนาดเล็ก การขนส่ง และเส้นทางโลจิสติกส์ต้องเปลี่ยนแปลง
ในระยะกลาง (3-12 เดือน) ผู้ส่งออกต้องหาเส้นทางหรือคู่ค้าใหม่ ขณะที่อุตสาหกรรมในไทยเริ่มได้รับผลกระทบ ส่วนระยะยาว (มากกว่า 1 ปี) อาจกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน และหันไปใช้เส้นทางทะเลหรือผ่านประเทศอื่นแทน
ข้อเสนอแนะแนวทาง คือ กระจายความเสี่ยงไปยังด่านอื่น พัฒนาโลจิสติกส์ทางเลือก เช่น รถไฟ เรือ และเจรจาทวิภาคีเพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ