วิกฤตโรงงานไทยระลอกใหม่! ยอดปิดกิจการพุ่งทุบสถิติ 'สูงสุดในรอบเกือบ 10 ไตรมาส' ส.อ.ท. ชี้ SME แบกต้นทุนไม่ไหวหน้ามืดพับเสื่อกลับบ้าน
สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังจำนวนโรงงานที่ยุติการดำเนินงานเพิ่มขึ้นจนแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส สะท้อนถึงความท้าทายที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญในปัจจุบันนายวีรชัย มั่นสินธร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (SMI) และประธานสถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีน เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการภาคการผลิตขนาดกลางและขนาดย่อมกำลังได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงภาระด้านกฎระเบียบที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนายวีรชัยกล่าวว่า ในช่วง 10 ไตรมาสที่ผ่านมา มีจำนวนโรงงานที่ปิดกิจการมากกว่าโรงงานที่เปิดใหม่ ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินมาตรการแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคอุตสาหกรรมในด้านการแข่งขันจากต่างประเทศ นายวีระชัยมองว่า สินค้าจากจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย เนื่องจากสินค้าจีนในปัจจุบันไม่ได้แข่งขันเพียงด้านราคา แต่ยังมีคุณภาพที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยังคงมีต้นทุนต่ำกว่าสินค้าหลายประเภทของไทยสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันทั้งในตลาดภายในประเทศและตลาดส่งออก โดยบางส่วนสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซียนอกจากนี้ นายวีระชัยยังกล่าวถึงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ว่าบางกรณียังมีการใช้ห่วงโซ่อุปทานของตนเองเป็นหลัก ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเข้าร่วมในระบบการผลิตค่อนข้างจำกัดเขาเปรียบเทียบว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยเมื่อปี 1988 มีการพัฒนาความร่วมมือกับผู้ผลิตในประเทศมากขึ้นตามลำดับ ขณะที่รูปแบบการลงทุนในปัจจุบันบางส่วนยังเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการท้องถิ่นไม่มากนักเพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย สถาบันเศรษฐกิจและการลงทุนไทย-จีนมีแผนส่งเสริมการขยายตลาดเข้าสู่เมืองรองของประเทศจีน โดยหวังว่าจะช่วยสร้างช่องทางรายได้ใหม่และเสริมศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในระยะยาว