แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผยรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกประจำปี 2568/69 ระบุว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญรูปแบบการละเมิดสิทธิที่คล้ายคลึงกัน พร้อมชี้ว่า ไทยและภูมิภาคอาเซียนกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการที่ “พื้นที่ภาคประชาสังคมเริ่มแคบลง”
รายงานดังกล่าวระบุว่า ประเด็นสิทธิมนุษยชนสำคัญของไทยในปีนี้ประกอบด้วย เสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุม สิทธิของนักปกป้องสิทธิ การปฏิบัติที่โหดร้ายและการทรมาน สิทธิผู้ลี้ภัย สิทธิชนเผ่าพื้นเมือง และสิทธิในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี
ตัวแทนจากโครงการ Freedom Bridge เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทางการเมืองกว่า 100 คนที่เคยเข้าออกเรือนจำ หลายคนไม่ได้เป็นแกนนำทางการเมือง แต่ถูกดำเนินคดีจากการแสดงความคิดเห็นหรือแชร์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยบางรายยังไม่ได้รับสิทธิประกันตัว ส่งผลกระทบต่อครอบครัวและคุณภาพชีวิตอย่างมาก
ด้านตัวแทนขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ มองว่า พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชน ทำให้หลายคนไม่กล้าเข้าร่วมกิจกรรมเรียกร้องทางสังคมเพราะเกรงปัญหาทางกฎหมาย
ขณะที่ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ปัจจุบันมีแนวโน้มการใช้กฎหมายเพื่อกดดันนักสิทธิมนุษยชนมากขึ้น ทั้งการฟ้องร้องยืดเยื้อ การโจมตีผ่านปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) และการใช้ถ้อยคำสร้างความเกลียดชังในโลกออนไลน์
ในพื้นที่ภาคเหนือ ตัวแทนเยาวชนชาติพันธุ์จากจังหวัดเชียงใหม่สะท้อนว่า ชุมชนที่คัดค้านโครงการเหมืองแร่ยังคงเผชิญแรงกดดันและความกังวลด้านความปลอดภัย แม้บางโครงการจะถูกศาลสั่งระงับชั่วคราวแล้วก็ตาม พร้อมเรียกร้องให้รัฐผลักดันหลัก “ผู้ก่อมลพิษต้องเป็นผู้จ่าย” และคุ้มครองสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง