ภัยแล้งประจวบคีรีขันธ์รุนแรงต่อเนื่อง ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 44,000 คน
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ติดตามสถานการณ์ภัยแล้งอย่างใกล้ชิด โดยนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัด เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ครั้งที่ 4/2569 ว่า ขณะนี้จังหวัดได้ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้วใน 3 อำเภอ ครอบคลุม 7 ตำบล 66 หมู่บ้าน ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 44,407 คน จาก 18,968 ครัวเรือนพื้นที่ที่ประกาศภัยแล้งแล้ว ได้แก่ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ อำเภอปราณบุรี และอำเภอทับสะแก ขณะที่อีก 4 อำเภออยู่ระหว่างเตรียมประกาศเพิ่มเติม ได้แก่ อำเภอบางสะพาน อำเภอบางสะพานน้อย อำเภอหัวหิน และอำเภอปราณบุรี รวมพื้นที่เสี่ยงเพิ่มอีก 11 ตำบล 93 หมู่บ้าน และ 2 ชุมชน มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 17,914 คนด้านภาคการเกษตร พบว่ามีพื้นที่เสียหายแล้วกว่า 7,127.5 ไร่ ครอบคลุมเกษตรกร 2,238 ครัวเรือน ใน 38 ตำบล 183 หมู่บ้าน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเสนอขอความช่วยเหลือตามระเบียบราชการจังหวัดได้บูรณาการทุกภาคส่วนในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งการสูบน้ำและแจกจ่ายน้ำสะอาดผ่านรถบรรทุกน้ำ รวมแล้วกว่า 512 ล้านลิตร และจะดำเนินการช่วยเหลือต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายขณะเดียวกัน ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ตอนบน ได้ขึ้นบินปฏิบัติการแล้ว 105 เที่ยวบิน ครอบคลุมลุ่มน้ำ 17 แห่ง แม้ยังมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ ทำให้ฝนตกไม่ตรงพื้นที่เป้าหมายบางส่วนนอกจากนี้ การประปาส่วนภูมิภาค สาขาประจวบคีรีขันธ์ ยังได้ติดตั้งระบบผลิตน้ำแบบเคลื่อนที่ที่สถานีผลิตน้ำบ่อนอก เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตน้ำประปา หลังอ่างเก็บน้ำคลองบึงเหลือน้ำเพียงร้อยละ 4จังหวัดยังเตรียมเดินหน้าบริหารจัดการน้ำระยะกลางและระยะยาว ผ่าน “ผังน้ำ” ที่จัดทำร่วมกันทั้ง 8 อำเภอ เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต