สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติรายงานสถานการณ์น้ำล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภคของประเทศเหลือเพียง 41% ขณะที่ภาคกลางมีน้ำเหลือเพียง 33% ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงต่อภาวะขาดแคลนน้ำ
ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศอยู่ที่ 59% หรือประมาณ 47,247 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยเป็นน้ำสำหรับอุปโภคและบริโภค 23,149 ล้านลูกบาศก์เมตร
เมื่อพิจารณารายภาค พบว่าภาคเหนือมีน้ำ 58% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 47% ภาคกลาง 33% ภาคตะวันออก 35% ภาคตะวันตก 67% และภาคใต้ 63%
สำหรับอ่างเก็บน้ำหลักในพื้นที่ EEC ได้แก่ บางพระ หนองปลาไหล และประแสร์ มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 48% 45% และ 56% ตามลำดับ
ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลักในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มีน้ำอยู่ที่ 60% และ 58% ส่วนเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะเขื่อนป่าสักที่เหลือเพียง 21%
ด้านสภาพอากาศ คาดว่าหลายพื้นที่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองเป็นระยะ โดยภาคใต้บางแห่งอาจมีฝนตกหนัก
ด้านคุณภาพน้ำ น้ำอุปโภคบริโภคในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ขณะที่น้ำเพื่อการเกษตรส่วนใหญ่ยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ ยกเว้นแม่น้ำบางปะกงที่มีค่าคุณภาพน้ำเกินมาตรฐาน