มีคำกล่าวว่า "ฤดูใบไม้ผลูเปลี่ยนแปลงเหมือนแม่เลี้ยง" ซึ่งเปรียบเทียบถึงอากาศที่ไม่แน่นอนในฤดูนี้ นอกจากจะทำให้เป็นหวัดหรืโรคเก่ากำเริบได้ง่ายแล้ว ยังเป็นช่วงที่โรคภูมิแพ้ระบาดอีกด้วย ตามสถิติพบว่า คนในไต้หวัน 1 ใน 3 เป็นคนที่มีภูมิแพ้โดยกำเนิด พญ.หลี่ ฮุ่ยถิง ผู้อำนวยการแผนกภูมิแพ้และรูมาติซั่ม โรงพยาบาลแม็คเคย์ กล่าวว่าฤดูใบไม้ผลิมีอุณหภูมิแปรปรวน และสารก่อภูมิแพ้ เช่น เกสรดอกไม้ ไรฝุ่น และเชื้อรา สามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้เสียสมดุล ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ เช่น น้ำมูกไหล จาม หอบหืด และผื่นคัน หากรุนแรงอาจถึงขั้นช็อกจากภูมิแพ้ได้
ฤดูใบไม้ผลิอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาการแพ้เกิดขึ้นได้ทุกที่
แพทย์หญิงหลี่ ฮุ่ยถิง เตือนว่าแม้โรคภูมิแพ้จะรักษาให้หายขาดได้ยาก แต่สามารถป้องกันการกำเริบได้ด้วยการใช้ยาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยแนะนำ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ หนึ่ง ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเอง สอง สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องหอมเมื่อทำกิจกรรมกลางแจ้ง เพื่อป้องกันแมลงกัดต่อย สาม รักษาความสะอาดและการถ่ายเทอากาศภายในบ้าน ใช้เครื่องลดความชื้นและเครื่องฟอกอากาศเพื่อลดไรฝุ่นและสารก่อภูมิแพ้
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้พบได้บ่อยที่สุด ทำให้เกิดอาการน้ำมูกไหล จาม คัดจมูก และน้ำมูกไหลย้อน
นอกจากนี้ หลังกลับจากข้างนอกควรเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำทันที รักษาระเบียบวินัยในการใช้ชีวิต กินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การป้องกันและดูแลตนเองอย่างถูกต้องจะช่วยลดปัญหาจากภูมิแพ้ในฤดูใบไม้ผลิได้อย่างมีประสิทธิภา